
คลังระดมปิดคดีภาษีหุ้นชินฯ
คณะกรรมการวินิจฉัยภาษี ระดมพลปิดดีลเจ้าปัญหาเก็บไม่เก็บภาษีหุ้นชินฯ ของครอบครัวชินวัตร 1.2 หมื่นล้านบาท
คณะกรรมการวินิจฉัยภาษี ระดมพลปิดดีลเจ้าปัญหาเก็บไม่เก็บภาษีหุ้นชินฯ ของครอบครัวชินวัตร 1.2 หมื่นล้านบาท
นางเสาวนีย์ กมลบุตร รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการวินิจฉัยภาษี เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้รับเรื่องจากกรมสรรพากร ให้พิจารณาการเก็บจากการขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวนประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้ให้เลขานุการของคณะกรรมการ คือ ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายของกรมสรรพากร เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อตัดสินเรื่องนี้ ก่อนที่เรื่องนี้จะหมดอายุความในเดือน มี.ค. 2555
สำหรับคณะกรรมการวินิจฉัยภาษี ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ซึ่งได้มอบหมายให้นางเสาวนีย์ ในฐานะที่เป็นรองปลัด ด้านการเก็บรายได้ดูแลกรมภาษี เป็นประธานแทน
นอกจากนี้ ยังมีอธิบดี 3 กรมภาษี ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานอัยการ และ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นางเสาวนีย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความเห็นแตกต่างประเด็นเรื่องวันหมดอายุความของการเก็บภาษีหุ้นดังกล่าว ซึ่งกรมสรรพากรบอกว่าเป็นสิ้นเดือน มี.ค. 2555 ซึ่งคณะกรรมการต้องพิจารณาว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้หมดอายุความเมื่อไร ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้จะใช้เวลาในการพิจารณาไม่นาน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลักปฏิบัติของคณะกรรมการวินิจฉัยจะต้องให้กรมสรรพากรผู้เป็นเจ้าของเรื่องเสนอรายละเอียดความเห็นทั้งหมด ว่าต้องเก็บหรือไม่เก็บภาษีหรือไม่อย่างไร หลังจากนั้นคณะกรรมการวินิจฉัยก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าเห็นด้วยกับกรมสรรพากรหรือไม่
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ได้เปิดเผยว่า ปัญหาการเก็บภาษีหุ้นชินจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท มีข้อเท็จจริงว่า ศาลฎีกาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ ศาลภาษีกลาง ได้ตัดสินว่า หุ้นที่แท้จริงเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ที่เป็นตัวแทนถือหุ้นเท่านั้นเท่านั้น ดังนั้นกรมสรรพากรต้องเก็บภาษีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นการหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีต้องเสียภาษีดังกล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ความเห็นของกรมสรรพากรที่ผ่านมายังมีปัญหาว่าได้พิจารณาคำวินิจฉัยของศาลทั้งสองศาลดีแล้วหรือไม่ และการตัดสินผู้ที่เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริงถูกต้องหรือไม่ เพราะหากยึดตามความเห็นของกรมสรรพากรก็จะมีข้อผูกพันตามมาอีกมาก เช่น ที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มีนายธีระชัยภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เป็นเลขาธิการ ได้ปรับเงินจากนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ไม่รายงานการซื้อขายหุ้นดังกล่าว
ทั้งนี้ หากยึดตามความเห็นของกรมสรรพากร ทาง ก.ล.ต.ก็ต้องคืนเงินที่ปรับให้แก่นายพานทองแท้ แต่ถึงวันนี้ทาง ก.ล.ต.ไม่ได้คืนเงินดังกล่าว ก็เท่ากับยอมรับว่านายพานทองแท้ทำธุรกรรมจริงเป็นเจ้าของหุ้นจริง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่คณะกรรมการวินิจฉัยจะต้องพิจารณาให้รอบคอบทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาตามมาภายหลังอีก







