posttoday
บทเรียนมหาอุทกภัย คนไทยควรทำอย่างไร (จบ)

บทเรียนมหาอุทกภัย คนไทยควรทำอย่างไร (จบ)

13 ธันวาคม 2554

สัปดาห์ก่อนผมได้แสดงความเห็นสาเหตุที่เกิดมหาอุทกภัยไปแล้วนะครับ

สัปดาห์ก่อนผมได้แสดงความเห็นสาเหตุที่เกิดมหาอุทกภัยไปแล้วนะครับ

โดย..กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

สัปดาห์นี้ผมขอตั้งคำถามบทเรียนที่เกิดขึ้นในการประสบกับมหาอุทกภัยในคราวนี้บ้างว่า คนไทยควรได้บทเรียนอะไรบ้าง ผมจะขอแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

1.ภาครัฐจะต้องมีการบริหารจัดการ วางแผน ให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างถูกต้อง อย่างตรงไปตรงมา เพราะภัยธรรมชาติเป็นภัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ป้องกันได้ รัฐต้องมีมาตรการป้องกันความเสียหาย รัฐควรจะแนะนำให้ประชาชนเตรียมการอย่างไร ภาครัฐควรจะเตรียมการในด้านการให้ความช่วยเหลือป้องกันแก่ประชาชนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์อพยพ การอพยพประชาชน ศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือ โดยการรวมทุกหน่วยราชการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ต่างกระทรวงต่างหน่วยงานต่างคนต่างทำ และเอาผู้รับผิดชอบที่ไม่มีความรู้ความชำนาญมาบริหารจัดการ คราวนี้ควรจะเรียนรู้ว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม หรือกระทรวงเกษตรฯ หรือหน่วยงานใดแต่เพียงหน่วยเดียว แต่ควรจะมีศูนย์ภัยพิบัติที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการจัดตั้งขึ้น ซึ่งศูนย์นี้ควรจะมีงบประมาณ มีกำลัง โดยมีผู้เชี่ยวชาญต่างๆ โดยตรง มีภาคเอกชนที่ชำนาญการเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ด้วย

2.การพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอยู่หลายอย่างหลายแห่ง ก็น่าจะเป็นโอกาสที่จะมีการโยกย้ายผู้บุกรุกผู้ทำผิดกฎหมายเหล่านั้นออกไปจากทางน้ำ แม่น้ำ คู คลองต่างๆ และย้ายครอบครัวเหล่านี้ไปอยู่ในที่เหมาะสม และเน้นว่าการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชนต่างเป็นสาเหตุหนึ่งของมหาอุทกภัย รวมทั้งควรมีมาตรการการเวนคืนที่ดิน ระบบการป้องกัน หรือระบบทางน้ำสาธารณะ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็น่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและผู้เสียภาษี

3.การที่ให้แต่ละหน่วยงานเอกชน ประชาชน บริษัท ไปสร้างเขื่อนป้องกันตนเองนั้น น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะเสียงบประมาณแต่ละคนแล้ว ผมเชื่อว่าแต่ละบ้านต่างมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 5 หมื่น1 แสนบาท ในการซื้อกระสอบถือ ก่ออิฐ ป้องกัน ซึ่งรวมแล้วคงเป็นเงินมากโขอยู่ น่าจะนำมาเรียกเก็บในรูปภาษีได้ โดยรัฐบาลควรจะนำเงินก้อนนี้ในการปฏิรูปภาษีทั้งระบบมาสร้างระบบที่ดีที่ถูกต้อง โดยรัฐจะต้องทำให้โปร่งใสหรือให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างระบบป้องกันน้ำแทนที่ต่างคนต่างทำ ทำให้ระบบใหญ่ต้องดีและให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม และการกระทำดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปกฎหมายและปฏิรูประบบภาษีด้วยโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น สำคัญก็คือ เงินได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างของประเทศไทยก็ต้องมาจากเงินภาษีอากรของประชาชน เราจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบภาษีอากรอย่างจริงจังดังที่ผมเคยเรียนไว้แล้ว เพื่อที่จะให้รัฐบาลมีรายได้และประชาชนมีหน้าที่ในการเสียภาษีจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันภัยพิบัติอันนี้ และที่สำคัญก็คือว่าการชดเชยความเสียหายแก่บุคคลที่ทำหน้าที่พลเมืองดีเสียภาษีมาควบคู่กันกับรัฐ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือประชาชนคนธรรมดา รัฐจึงจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องในการพิจารณาการชดเชยว่าใครควรได้รับการชดเชยเป็นพิเศษ โดยเน้นว่าเมื่ออยากได้สิทธิก็ต้องมีหน้าที่ด้วย เราจึงต้องสร้างวัฒนธรรมของคนไทยให้รู้จักหน้าที่ของการเสียภาษี จึงจะมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ (อย่างเต็มที่)

4.การขัดแย้งระหว่างชุมชนและจังหวัดต้องมีการสื่อสารแจ้งข่าวและงานมวลชนเพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจและถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน กรณีชุมชนปากเกร็ดน่าจะเป็นตัวอย่างอันดี (ผมเผอิญอยู่ในเขตปากเกร็ดที่ปลอดน้ำท่วม) โดยต้องถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่มากกว่าประโยชน์ส่วนตน

5.การหามาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตอันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ประชาชน บริษัท หน่วยงานของรัฐ เช่น ป.ป.ช. และสื่อมวลชนต่างๆ ที่จะต้องจับตาดูการบริหารการจัดการและป้องกันจากการเกิดการทุจริตจากโครงการใหม่นี้ โดยทุกคนจะต้องเฝ้าคอยดูแลให้มีความโปร่งใสและรัฐบาลจะต้องแสดงความโปร่งใสในการเปิดประมูลงานต่างๆ โดยโปร่งใสและตอบคำถามประชาชนได้ และภาคประชาชนต้องติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด

ในภาวะวิกฤต เราก็ควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผมคิดว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นคราวนี้จะทำให้ทุกคนต่างคนได้เรียนรู้ในหลายเรื่อง หากถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ปัญหาก็จะทุเลาลง บททดสอบแรกสำหรับมหาอุทกภัยครั้งแรก ถ้าหากเรามีภัยพิบัติอื่นๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคต การเตรียมการป้องกันที่จะรับภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นด้วยสติ ด้วยปัญญา และความพร้อม ประกอบกับความซื่อสัตย์สุจริต การใช้ความสามารถของทุกภาคส่วนจะทำให้ประเทศไทยนั้น ฝ่าภัยพิบัติไปได้อย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท