
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ถกย้ายฐานหนี
ชาร์ป ไทย เผยเอกชนอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกน้ำท่วม บินกลับบริษัทแม่ ถกย้ายฐานผลิตจากไทย หวั่นรัฐบาลไม่มีแผนรับมือระยะยาว
ชาร์ป ไทย เผยเอกชนอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกน้ำท่วม บินกลับบริษัทแม่ ถกย้ายฐานผลิตจากไทย หวั่นรัฐบาลไม่มีแผนรับมือระยะยาว
นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธาน บริษัท ชาร์ป ไทย ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ ชาร์ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น ที่โรงงานถูกน้ำท่วมเสียหายจนประเมินมูลค่าไม่ได้ เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นได้ระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในไทยมาจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลผิดพลาด ไม่ได้มาจากภัยธรรมชาติ และรัฐบาลยังประกาศเดินหน้านโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยไม่สนใจฟังเสียงคัดค้านของภาคเอกชน ทำให้ความรู้สึกของนักลงทุนต่างชาติตื่นตระหนกกับนโยบายรัฐบาลมาก
ขณะนี้ทราบมาว่าผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชนกลุ่มอิเล็ก ทรอนิกส์ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมหลายแห่ง กำลังกลับไปประชุมกับบริษัทแม่ในประเทศต่างๆ เพื่อหารือถึงแผนลงทุนในไทยว่าจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2 แห่ง คือ โซนี่ และโตชิบา รวมทั้งยังมีชิ้นส่วน คอมเพรสเซอร์ตู้เย็นขนาด 2 ประตู ที่โรงงานของ บริษัท ฮิตาชิ
สำหรับมูลค่า สินค้าอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ในไตรมาส 4 นี้คาดว่าจะหายไปประมาณ 240,000ล้านบาท และยอดมูลค่าการผลิตทั้งปีอาจจะไม่เติบโต หรือมีมูลค่าการผลิตไม่ถึง 2 ล้านล้านบาท จากเดิมในทุกปี มูลค่าการผลิตสินค้า และการส่งออกจะเติบโตปีละ 10% และในปี 55 ประเมินได้ยากว่า มูลค่าการส่งออกจะเติบโตหรือไม่
ส่วนราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีหน้าว่า มีโอกาสที่ราคาจะปรับสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นทุกรายการ ทั้งจากค่าแรงที่ขึ้น 40% ต้นทุนวัตถุดิบ และค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรเร่งทำ คือ บริหารจัดการน้ำให้ชัดเจน ป้องกันน้ำท่วมระยะยาว และทำตามที่สัญญาไว้ รวมทั้งป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 เชื่อว่า หากรัฐบาลยังปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก นักลงทุนต่างชาติทุกรายคงย้ายฐานการผลิตไปจากไทย รวมถึงนักลงทุนกลุ่มใหม่ก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาในประเทศ
รวมทั้งต้องแก้กฎหมายเปิดทางให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยได้มากขึ้น เพราะในขณะนี้แรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนหลายแสนคน
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลกำหนดทิศทางประเทศให้ชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด จะเน้นด้านเกษตรหรืออุตสาหกรรมเป็นหลัก เพราะปัญหาที่รัฐบาลไม่ยอมปล่อยน้ำออกจากเขื่อน เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีระยะเวลาทำนา แต่รัฐบาลกลับไม่คำนึงถึงผลกระทบจากการบริหารน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนภาคอุตสาห กรรมต้องเสียหายมูลค่านับล้านล้านบาท







