posttoday
โมโนกรุ๊ปรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ

โมโนกรุ๊ปรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ

12 ธันวาคม 2554

เปิดเว็บขายสินค้าแดนเกาหลี หวังสร้างรายได้100ล้านบาท 

เปิดเว็บขายสินค้าแดนเกาหลี หวังสร้างรายได้100ล้านบาท 

“โมโน กรุ๊ป” บุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซแสนล้านเปิดเว็บขายสินค้าเกาหลีจิหวังยอด 100 ล้าน

นายซังโดลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี ในเครือโมโน กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เปิดเว็บไซต์ www.yam.in.th รองรับแนวโน้มธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เชื่อว่าสิ้นปี 2554 ตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของการใช้งบโฆษณา 9 เดือนที่ผ่านมามียอดรวมทั้งสิ้นกว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยสื่ออินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 355 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 72% และเฉพาะเดือน ก.ย. เพียงเดือนเดียวมีการใช้งบผ่านสื่อนี้ถึง 44 ล้านบาท คิดอัตราการเติบโต 52%

“บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันขยายตัวเป็นอย่างมาก และหลายๆ องค์กรก็กระโดดเข้ามาทำธุรกิจด้านนี้กันมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาจับธุรกิจอีคอมเมิร์ซนี้จะเป็นจิ๊กซอว์อีกตัวที่สามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรเป็นอย่างดี” นายซัง กล่าว

ทั้งนี้ www.yam.in.th จะเป็นแหล่งรวมสินค้าช็อปปิ้งออนไลน์ที่จับเอาเทรนด์เกาหลีเพื่อเจาะกลุ่มคนทำงานและคนที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งมองว่าตลาดนี้ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปีก่อนสินค้าแฟชั่นออนไลน์ทั่วโลกมียอดขายกว่า 1.47 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบันอิทธิพลของวัฒนธรรมที่แทรกซึมผ่านทางซีรีส์เกาหลี เพลงเกาหลี ศิลปินเกาหลี กำลังหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

สำหรับ www.yam.in.th เป็นแหล่งรวมสินค้าเกาหลีเหมือนยกแฟชั่นเกาหลีมาไว้ที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในประเทศเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันดี อาทิ ตลาดเมียงดง ตลาดนัมแดมุน หรือตลาดทงแดมุน

ด้านสินค้าที่พบได้ในเว็บมีทั้งของใช้ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า วิกผม รองเท้า กระเป๋า ถุงน่องแฟชั่น และเคสไอโฟน เป็นต้น พร้อมมีบริการสั่งซื้อและรับของที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังจะเน้นเจาะกลุ่มผู้หญิงตั้งแต่ระดับมัธยมต้นขึ้นไปจนถึงวัยทำงาน เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังในการซื้อสูง ส่วนผู้ชายก็สามารถเข้ามาเลือกดูเสื้อผ้าอินเทรนด์ หรือจะเลือกซื้อเป็นของขวัญให้กับสาวๆ ได้เช่นกัน

“หลังจากเปิดเว็บแล้วบริษัทจะพัฒนาเว็บไซต์และตัวสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งคอนเทนต์ต่างๆ ให้พร้อมและสะดวก เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักช็อปอย่างเต็มที่ พร้อมอัพเดตเทรนด์แฟชั่นต่างๆ” นายซัง กล่าวทิ้งท้าย

นายซัง กล่าวว่า ผลจากการเปิดตลาดและจัดทำเป็นเว็บไซต์ครั้งนี้บริษัทคาดจะสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ส่วนรายได้ครึ่งปีแรกของบริษัทอยู่ที่ 670 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะสามารถทำรายได้ตามเป้าที่วางไว้คือ 1,400 ล้านบาท  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ