posttoday
น้ำท่วมทำเศรษฐกิจเสียหาย1.3ล้านล้านบาท

น้ำท่วมทำเศรษฐกิจเสียหาย1.3ล้านล้านบาท

11 ธันวาคม 2554

แม้สถานการณ์น้ำท่วมเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้าง แต่ระยะยาวยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อไป

แม้สถานการณ์น้ำท่วมเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้าง แต่ระยะยาวยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อไป

โดย...ทีมข่าวการเงิน

แม้สถานการณ์น้ำท่วมเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้าง แต่ระยะยาวยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อไป ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยครั้งนี้สูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และยังส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงอย่างน่าตกใจ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ

ทั้งนี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ภายใน 12 สัปดาห์นี้ จะเตรียมแถลงมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลแผนงานขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

นอกจากนั้น ยิ่งลักษณ์ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันที่ 12 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยมาร่วมประชุมด้วย เพื่อชี้แจงรายละเอียดผลกระทบของสาธารณูปโภคพื้นฐานในแต่ละจังหวัด

อย่างไรก็ดี อุทกภัยครั้งนี้ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งการประกันภัยรวม หรือพูล สำหรับการประกันภัยน้ำท่วมให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ถูกน้ำท่วมและอาจจะมีปัญหาในการประกันภัยในปีต่อไป เนื่องจากบริษัทประกันภัยปฏิเสธที่จะรับประกันหรือจะขึ้นเบี้ยประกันภัย ดังนั้นภาครัฐอาจต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้วยการไปเจรจาให้บริษัทประกันภัยลดเบี้ยให้จากขณะนี้เบี้ยประกันปรับสูงขึ้นมาก

ด้านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เปิดเผยหนี้สาธารณะสิ้นปีงบประมาณ 2554 พุ่งอีก 1.76 แสนล้านบาท โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินและหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) เพิ่มขึ้น 1.67 แสนล้านบาท 7,602 ล้านบาท และ 1,317 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่ง ณ วันที่ 30 ก.ย. มีหนี้สาธารณะคงค้าง จำนวน 4.44 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 41.66% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ขณะที่ปัญหาในประเทศยังไม่คลี่คลายดี สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศก็เริ่มมีชนวนใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการผันผวนของค่าเงินบาทได้ บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า หากสถาบันจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 15 ประเทศ จะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าเพราะเงินเหรียญสหรัฐจะกลับมาแข็งค่า ขณะที่กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินของยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ก็จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือไปด้วย ซึ่งมีผลให้พันธบัตรสกุลเงินยูโรขายยากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มากกว่าปัญหาซับไพรม์หลายเท่า และปีหน้าอาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าไปถึง 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งตอนนี้เงินบาทก็ใกล้ 31 บาทแล้ว

ทาง สุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตอนนี้ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ ถือว่าผันผวนในระดับใกล้เคียงกับภูมิภาคที่อ่อนค่าลงกว่า 2%

สำหรับการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับขึ้นแรงในช่วงแรกตามความคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในช่วงปลายสัปดาห์ ประกอบกับยังมีปัจจัยบวกเสริมจากการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งมี บจ.ถึง 41 แห่ง ที่มียอดขายและกำไรสุทธิงวด 9 เดือน มากกว่าปี 2553 ทั้งปี

ขณะที่ช่วงปลายสัปดาห์ดัชนีกลับปรับลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเกิดจากแรงขายทำกำไรจากความกังวลเรื่องแก้หนี้ยุโรป หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงท่าทีไม่ปรับเพิ่มปริมาณซื้อพันธบัตรรัฐบาล

ดัชนีปิดที่ระดับ 1,034.00 จุด เพิ่มขึ้น 0.45% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 10.94% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 27,676.59 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน