
เปิดใจ..ซีอีโอนิสสัน เชื่อมั่นประเทศไทย
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เหินฟ้าไปยลโฉมยนตรกรรมล้ำเทคโนโลยีที่บรรดาบริษัทรถยนต์ชื่อดังมาประกวดประชัน ในมหกรรมยานยนต์ระดับโลก โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 แต่ที่เข้าตากรรมการเห็นจะเป็นการภูมิใจนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3 แบบ จากค่ายนิสสัน ทั้ง PIVO 3, ESFLOW, TOWNPOD เรียกเสียงฮือฮาจากสื่อมวลชั่นทั่วโลกและผู้เข้าชม
แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ได้มีโอกาสเปิดใจบิ๊กบอส โทชิยูกิ ชิกะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ หรือซีโอโอ พูดถึงทิศทางอนาคตรถยนต์นิสสันในตลาดโลกและตลาดประเทศไทย
ประเมินสถานการณ์นิสสันจากนี้
หากมองทั่วโลก ปีนี้เป็นปีที่ลำบากมาก คือตั้งแต่เริ่มต้นมีทั้งสึนามิ ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ส่วนยุโรปมี Crisis ด้านเศรษฐกิจ สำหรับปีหน้าเป็นปีที่ค่อนข้างที่จะคาดการณ์ยาก แต่ถ้ามองลงมาถึงในส่วนของอาเซียนแล้วเศรษฐกิจจีนยังดีอยู่ คาดว่าปีหน้าก็น่าจะประมาณเหมือนปีนี้
ผลประกอบการนิสสัน
เราคิดเป็นทริปิคอลเยียร์อย่างที่บอก ก็คือเดือน เม.ย.ปีนี้มี.ค.ปีหน้าครึ่งแรกคือตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาจนถึงเดือน ก.ย. เราได้ประกาศผลประกอบการไปแล้ว ซึ่งนิสสันเติบโต 10% และเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งประกาศแผนธุรกิจชื่อ “นิสสัน พาวเวอร์ 88” ที่มุ่งหวังการเติบโตในส่วนของตลาดอีก 3% เป็น 8% ซึ่งขณะนี้นิสสันทั่วโลกโตอยู่ที่ 6%
ส่วนในประเทศไทย จริงๆ แล้วตลาดเมืองไทยเติบโตดีอยู่แล้ว แล้วก็เติบโตดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตอนนี้เราได้เริ่มกลับมาผลิตแล้วตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต้องขอบคุณทุกๆ ฝ่ายที่ให้การสนับสนุน ซึ่งที่เราสามารถเติบโตได้เพราะว่าจุดหนึ่งที่เป็นจุดแข็งสำคัญในเรื่องของผลิตภัณฑ์
สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างไร
น้ำท่วมไม่ได้ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น เพราะจริงๆ แล้วหากไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตลาดรถยนต์ก็เติบโตอยู่แล้ว ซึ่งช่วงแรกเราคาดการณ์ไว้ว่าปีนี้ยอดจำหน่ายรถยนต์น่าจะตกอยู่ที่ 1 ล้านคัน แต่พอน้ำท่วมก็อาจจะลดลงไปบ้าง แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผู้ผลิตชิ้นส่วนเองและในหลายๆ ด้าน เพราะฉะนั้นทางนิสสันยังมีความเชื่อมั่นที่จะดำเนินการลงทุนต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
จะมีการกระจายความเสี่ยงของโรงงานไปที่อื่นหรือไม่ หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่
ตอนนี้ยังไม่ได้มองหา แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น สิ่งที่เราต้องคำนึงถึง คือ เราต้องดูว่ารัฐบาลไทยจะมีการคิด หรือมีการวางแผนในการป้องกันเหตุการณ์อย่างนี้ต่อไปอย่างไร ในส่วนของผมเห็นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้พูดคุยกับรัฐบาลไทยว่า เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นการที่จะเริ่มคิดที่จะไปที่อื่นหรืออย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไร
ก็อย่างกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิตอนต้นปี รัฐบาลไทยและคนไทยก็ช่วยญี่ปุ่นเยอะ ซึ่งมันถึงเวลาเหมือนกันที่ชาวญี่ปุ่นและรัฐบาลญี่ปุ่นก็อยากจะกลับไปช่วย
แผนการลงทุนในประเทศไทยต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ต.ค. ผมเพิ่งไปเมืองไทยเพื่อเปิดตัวนิสสัน อัลเมร่า และเพิ่งประกาศไปว่า ได้ลงทุนในเรื่องของการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) คือมีเรื่องของการวิจัยที่เราตั้งศูนย์วิจัยในประเทศไทย แล้วก็มีเรื่องของโรงงานผลิต ซึ่งกำลังจะตอกเสาเข็มเดือน ธ.ค.ปีหน้า ซึ่งทุกอย่างยังดำเนินการไปตามแผนเดิม
ทิศทางรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Nissan Leaf (นิสสันลีฟ)
เรามองตลาดว่าตอนนี้ใช้รถยนต์มากขึ้น ใช้น้ำมันกันมากขึ้น และปล่อยไอเสียกันมากขึ้น ซึ่ง นิสสัน ลีฟ รุ่นนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำมัน แต่การที่จะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ ต้องมีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นส่วนที่สำคัญ ไม่งั้นก็ค่อนข้างจะลำบาก
อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนอะไร
จริงๆ แล้วเรื่องรถไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นช่วงของการเริ่มต้น ยกตัวอย่างญี่ปุ่น สิ่งที่รัฐบาลสนับสนุนคือเรื่องของการให้ความช่วยเหลือราคารถ เพราะราคารถที่แท้จริงของนิสสัน ลีฟ จะอยู่ประมาณ 3.7 ล้านเยน ซึ่งรัฐบาลช่วยออกให้ 7 แสนเยน ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อนิสสัน ลีฟ ได้ในราคา 3 ล้านเยน ทำให้ราคาเฉลี่ยประมาณเท่ากับรถใช้แก๊สโซลีนทั่วไป
และเมื่อคำนวณถึงการใช้งานรถที่หากใช้ประมาณ 56 ปี จะพบว่าราคาของรถจะไม่แพงเลย เพราะเมื่อไปเฉลี่ยเรื่องของค่าน้ำมัน รถที่ลูกค้าต้องจ่าย จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่เหมือน Cost of Ownership ถูกลง
นอกจากนี้ ในสหรัฐมีการช่วยเหลือประมาณ 7,500 เหรียญสหรัฐ ในยุโรปประมาณ 5,000 ยูโร และนอกจากการช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว อีกจุดหนึ่งที่ต้องการจากรัฐบาลก็คือการสนับสนุนให้เกิดพวกอินฟราสตรักเจอร์ ด้านพลังงานอย่างการสร้างสถานีจ่ายพลังงานทั้งหลาย
คิดอย่างไรกับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพราะอาจนำไปสู่การย้ายฐานการผลิต
การมีประชาคมอาเซียน ผมเห็นว่าเป็นส่วนที่ดีเพราะสามารถทำลายกำแพงในด้านการค้าลง แล้วก็มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ซึ่งในส่วนของนิสสัน จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการที่ทำให้ประเทศไทยนี้เป็นฐานการผลิต
อยากทราบตัวเลขการเติบโตในแต่ละภูมิภาคเป็นอย่างไร
ในส่วนของตลาดสหรัฐ เนื่องจากช่วงก่อนไครซิสเมื่อตอนปี 2008 ตลาดนี้เคยขายได้มากถึง 16 ล้านคัน หลังจากนั้นลดลงมาเหลือ 12 ล้านคัน จะเห็นว่าแม้ตอนนี้จะดีขึ้น แต่ก็ยังมีทางที่จะกลับไปมียอดขายได้มากเท่ากับช่วงก่อนไครซิส
สำหรับตลาดยุโรปถือเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะยุโรปใต้ตอนนี้กำลังแย่ แต่รัสเซียยังดีอยู่
อย่างไรก็ตาม มองว่ายุโรปไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงนัก ส่วนเอเชียแน่นอนจีนกำลังบูมมากๆ แล้วก็หลายๆ ตลาดในเอเชียกำลังบูม
เสียงบ่นรถยนต์นิสสันมาร์ช มีปัญหามาก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
อย่างที่บอกว่านิสสันมารช์ ตัวนี้ทำมาจากเมืองไทย แต่ว่าจริงๆ แล้วตั้งแต่ขายมายังไม่มีเสียงบ่น หรือการคอมเพลนกลับมาเลย เพราะฉะนั้น ทุกคนตอบรับกับคุณภาพ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาขายที่นี้ ทางนิสสันเองก็ควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพราะฉะนั้นพอคนที่นี้ได้ใช้รถ ไม่ได้รู้สึกว่ารถคันนี้เป็นรถที่มาจากเมืองไทย
เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นมีผลต่อการตัดสินใจ หรือกระจายฐานการลงทุนบ้างไหม
นิสสันมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และเราก็ต้องดำรงเอาไว้เพื่อที่จะให้มีเสถียรภาพ ถึงแม้ว่าค่าเยนแข็งตัวจะเป็นสิ่งที่ตอนนี้เรากำลังหาทางแก้ไขอยู่ เพราะเรามีการผลิตรถยนต์นิสสันในญี่ปุ่น ตรงนี้จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ต้องรักษาเสถียรภาพของการผลิตนี้ต่อไป ถ้าเราย้ายฐานการผลิต ก็จะสูญเสียตรงนี้ไปและจะเกิดความเสียหายขึ้นกับการผลิตในประเทศ
แล้วในตลาดอาเซียน เป็นอย่างไร
ถ้าถามว่าประเทศไหนที่มีศักยภาพมากที่จะทำตลาดได้เร็วที่สุด ก็ต้องบอกว่า สิงคโปร์ และบรูไน เพราะที่ สิงคโปร์มีการทำ mou กันแล้ว ส่วนบรูไน ผมก็ได้พบกับทางรัฐบาลของบรูไนเรียบร้อยแล้ว







