
เงินไหลออกจากไทยกว่า 2.3 แสนล้าน
ธปท.เผยผลจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ ต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง กระทบเงินลงทุนจากต่างชาติ ในปี 52 หดลงจากปี 51 กว่า 4.58 แสนล้านบาท
ธปท.เผยผลจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ ต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง กระทบเงินลงทุนจากต่างชาติ ในปี 52 หดลงจากปี 51 กว่า 4.58 แสนล้านบาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ในช่วงสิ้นปี 2552 พบว่า มีเงินลงทุนในส่วนของภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) ไหลออกสุทธิ 7,017 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับสิ้นปี 2551 ที่มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 6,862 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณเงินลงทุนจากต่างประเทศในปี 2552 น้อยกว่าปี 2551 อยู่ถึง 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.58 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการน้อยลงถึง 202.26%
ทั้งนี้ การไหลเข้ามาน้อยลงของเงินทุนต่างชาติ น่าจะมีสาเหตุมาจากความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ทางการเมืองของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนโยบายการลงทุนก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ซึ่งจากข้อมูลปริมาณเงินทุนเริ่มมีการไหลออกตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2552 เป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะไหลกลับเข้ามาในไตรมาส 4 ที่มีเงินทุนสุ ทธิไหลเข้า 79 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับ ประเภทการเข้ามาของเงินลงทุนต่างชาติในส่วนของนันแบงก์ แบ่งเป็น เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไหลเข้าสุทธิ 5,518 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2,056 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6.78 หมื่นล้านบาท หรือ ลดลง 27.15% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2551 ที่มีเงินเงินทุนโดยตรงไหลเข้าสุทธิ 7,574 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในปี 2552 ติดลบ 8,548 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการลดลง 8,601 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.84 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดเงินกู้จากต่างประเทศของบริษัทนอกเครือสุทธิเป็นการชำระคืนหนี้ 1,431 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยลงจากปีก่อนหน้า 2,207 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปีก่อนหน้าที่มีต้องกู้ยืมจากต่างประเทศสุทธิ 776 ล้านเหรียญสหรัฐ







