
แท็กซี่ขู่ปิดถนนค้านขึ้นค่าก๊าซอ้างต้นทุนขยับขอตรึงราคา1ปี
กลุ่มแท็กซี่เล็งรวมตัวคัดค้านการปรับขึ้นเอ็นจีวีแอลพีจี เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย
กลุ่มแท็กซี่เล็งรวมตัวคัดค้านการปรับขึ้นเอ็นจีวี-แอลพีจี เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร และประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์บริการเดินรถแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมสมาชิกมีมติคัดค้านการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจี หลังจากมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาแอลพีจีในวันที่ 16 ม.ค. 2555 โดยทยอยปรับเดือนละ 40 สตางค์/ลิตร และปรับขึ้นเอ็นจีวีเดือนละ 50 สตางค์/กม. ซึ่งภาพรวมทำให้ปีหน้าแอลพีจีมีการปรับขึ้นอีก 4.80 บาท และเอ็นจีวีอีก 6 บาท และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงของผู้ประกอบการจะต้องปรับเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เพราะการปรับขึ้นราคาค่าเชื้อเพลิงจะทำให้รถแท็กซี่ที่ใช้เอ็นจีวีที่มีประมาณ 5.5 หมื่นคัน มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 70% ขณะที่ผู้ขับรถแท็กซี่แอลพีจีที่มีประมาณ 1-2 หมื่นคัน มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 42%
สำหรับแนวทางคัดค้าน ทางเครือข่ายจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหาร ปตท. เพื่อให้ทราบภายในสัปดาห์นี้ และต้องการให้รัฐบาลชี้แจงความชัดเจนของมาตรการภายในสิ้นปีนี้ เพราะหากต้นปีหน้ารัฐบาลยังยืนยันปรับราคา ผู้ประกอบการแท็กซี่ทั้งหมดกว่า 2 หมื่นคัน อาจเคลื่อนไหวชุมนุมปิดถนน
“เราเห็นว่าการปรับขึ้นราคาค่าเชื้อเพลิงทั้งสองชนิด เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการแท็กซี่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย เพราะมีอู่แท็กซี่จำนวนมากถูกน้ำท่วม รถแท็กซี่จมน้ำเสียหาย ฯลฯ ทำให้สูญเสียรายได้ จึงต้องการขอให้รัฐบาลชะลอตัวปรับขึ้นพลังงานทั้งสองชนิดออกไปอีก 1 ปี และเมื่อครบกำหนดก็ขอให้เปิดเวทีสาธารณะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาให้ความเห็นต่อราคาที่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นว่าควรเป็นเท่าใด” นายวิฑูรย์ กล่าว
ด้านมาตรการบัตรเครดิตแท็กซี่ที่ให้ส่วนลดจากการเติมก๊าซ ทางเครือข่ายเห็นว่าไม่สามารถนำใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้ขับแท็กซี่ได้จริง เนื่องจากมีเงื่อนไขหลายข้อ เช่น ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ขับแท็กซี่มีใบขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 35% จากผู้ขับรถทั้งหมดที่มีใบขัรถยนต์สาธารณะ
ขณะเดียวกันการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้เติมก๊าซนั้นต้องให้ผู้ขับรถและรถมีเอกสารตรงกัน ก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ เนื่องจากการให้เช่ารถผู้ขับรถจะใช้รถสลับหมุนเวียนกันตลอดเวลา







