
แห่ซื้อหุ้นขนส่ง-อิเล็กทรอนิกส์
ธุรกิจผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้วธนชาตแนะขายการบินไทย
ธุรกิจผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้วธนชาตแนะขายการบินไทย
หุ้นอิเล็กทรอนิกส์กอดกลุ่มขนส่งคึกคัก นักวิเคราะห์แนะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เฮโลไล่ THAI สวนทางโบรกเกอร์สั่งขาย
นักลงทุนปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยขายหุ้นตัวใหญ่หันไปเก็งกำไรหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และขนส่ง ส่งผลทำให้ราคาหุ้นทั้งสองกลุ่มปรับตัวขึ้นท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติ อาทิ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) เพิ่มขึ้น 8.02% หรือ 0.39 บาท ปิดที่ 5.25 บาท
ขณะที่บริษัท การบินไทย (THAI) ระหว่างวันขึ้นไปถึง 22.70 บาท ก่อนย่อมาปิดที่ 22.20 บาท บวก 0.50 บาท
สาเหตุที่ราคาหุ้นในกลุ่มขนส่งและอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น เนื่องจากนักวิเคราะห์แนะนำให้ทยอยซื้อเก็บ หลังเห็นว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมามากเกินไป ขณะที่ธุรกิจได้ผ่านจุดย่ำแย่ไปแล้ว แม้ว่าบางบริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนในไตรมาส 4 ปีนี้ก็ตาม แต่แนวโน้มจะดีขึ้นหรือเห็นกำไรในไตรมาสแรกปีหน้าได้
นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า บริษัทไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Tiger Airways Holding Limited เพื่อดำเนินธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำตามข้อตกลงได้ภายในกำหนด
ด้านบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาตแนะนำขายหุ้น THAI จากถือ พร้อมลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 16 บาท จากเดิม 20 บาท เพราะนอกจากผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นสาเหตุให้บริษัทจะมีผลขาดทุนในไตรมาส 4 แล้ว การจัดโปรโมชันลดราคาตั๋วลงราว 25-40% ยังส่งผลลบต่อกำไรในไตรมาสแรกปี 2555 ด้วย
ขณะที่การแข่งขันของธุรกิจการบินจะรุนแรงขึ้น ขณะที่ THAI กำลังอยู่ในช่วงลงทุนมหาศาลซื้อเครื่องบินใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่มากกว่า 2 เท่า จาก 1.4 เท่า
นอกจากนี้ การบินไทยยัง เจอความผันผวนของราคาน้ำมันรวมถึงรายจ่ายพิเศษค่าคาร์บอนเครดิตชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเที่ยวบินที่ไปยังสหภาพยุโรปในปีหน้าประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี และยังขาดทุนจากการขายเครื่องเก่า 4 ลำ อีกประมาณ 500 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนทางการเงินในการซื้อเครื่องใหม่ที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายพนักงานที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่จะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ







