
‘แบงก์’ไม่ลดหลักประกันกู้
ธปท.เผยธนาคารพาณิชย์ไม่ลดราคาหลักประกันเงินกู้สินเชื่อเคหะ แม้อยู่ในโซนน้ำท่วมสูง แถมคิดให้เพิ่มขึ้น 3.5-6.5%
ธปท.เผยธนาคารพาณิชย์ไม่ลดราคาหลักประกันเงินกู้สินเชื่อเคหะ แม้อยู่ในโซนน้ำท่วมสูง แถมคิดให้เพิ่มขึ้น 3.5-6.5%
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดัชนีราคาที่อยู่อาศัยล่าสุดในเดือน ต.ค.ปีนี้ โดยพิจารณาราคาจากข้อมูลสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้แก่ลูกค้าผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันแก่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศทั้ง 17 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ทั้งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักในช่วงที่ผ่านมาก พบว่าราคาประเมินบ้านและที่ดินที่ธนาคารคิดมูลค่าให้กับลูกค้าที่เป็นหลักประกันไม่ได้ปรับลดลงแต่อย่างใดและยังปรับเพิ่มขึ้นด้วย
ขณะที่ราคาอาคารชุดหรือคอนโด มิเนียม เป็นที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุด โดยในเดือน ต.ค.ปีนี้เพิ่มขึ้น 12.1% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่วนราคาทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินปรับเพิ่มขึ้น 6.5% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
ราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินปรับเพิ่มขึ้นต่ำที่สุด คือ เพิ่มขึ้น 3.5% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม หากเทียบการปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยในเดือน ต.ค.ปีนี้กับเดือนก่อนหน้า จะเห็นว่าในเดือน ต.ค. ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าบ้างเล็กน้อย
นอกจากนี้ ดัชนีราคาที่ดินเปล่าและที่อยู่อาศัยที่จัดทำโดย ธปท. พบว่าราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงปรับสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้น 7.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อนำไปซ่อมแซมบ้านเพิ่มขึ้น
ด้านความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยนั้น ยังเห็นว่าประชาชนยังมีความต้องการซื้อบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่การสำรวจมุมมองของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ พบว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะที่อยู่ในแนวราบลดลง จากผลกระทบน้ำท่วมที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า ผลจากน้ำท่วมทำให้โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่มีแนวโน้มเลื่อนออกไป มีโอกาสที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวชะลอตัว
ธปท.รายงานยอดสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในเดือน ต.ค.ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 1.19 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
ทางด้านสินเชื่อผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ระดับ 4.03 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากระยะเดียวกันปีก่อน
สำหรับสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินขยายตัว 1.12 ล้านล้านบาท หรือ 17% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน







