
ธกส.ดูดเงินฝากรับจำนำข้าว
ธ.ก.ส. เร่งสูบสภาพคล่อง 1.5 แสนล้านบาท สนองโครงการรัฐ ทั้งรับจำนำข้าว-สินเชื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด
ธ.ก.ส. เร่งสูบสภาพคล่อง 1.5 แสนล้านบาท สนองโครงการรัฐ ทั้งรับจำนำ-ข้าวสินเชื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด
นายอรุณ เลิศวิไลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส เตรียมระดมสภาพคล่อง 1.5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับกับ 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง ธ.ก.ส.ต้องเตรียมสภาพคล่องจำนวน 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการรับจำนำได้ถึงสิ้นปี 2554 นี้ ต้องมีการเตรียมสภาพคล่องอีก 6 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
แบ่งเป็นมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดสำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ผลผลิตเสียหาย รายได้ลดลงมากกว่า 50% โดยจะพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้ 3 ปี และปล่อยกู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพอีกไม่เกินรายละ 1 แสนล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราปกติ 3% มียอดปล่อยสินเชื่อรวม 3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเตรียมสินเชื่ออีก 3 หมื่นล้านบาท สำหรับปล่อยกู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่รุนแรง โดยจะปล่อยสินเชื่อให้ต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท คิดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อย หรือเอ็มอาร์อาร์ ซึ่งเท่ากับ 7% ชำระหนี้คืนภายใน 10 ปี
สำหรับแผนระดมสภาพคล่องเพื่อรองรับกับการใช้เม็ดเงินดังกล่าวที่ผ่านมาธนาคารได้ออกเงินฝากดอกเบี้ยทันใจ สามารถระดมเงินฝากได้ 6 หมื่นล้านบาท เงินออมเกษียณเพิ่มสุข 2 สามารถระดมเงินฝากได้ 1.8 หมื่นล้านบาท
ล่าสุด ธ.ก.ส.ได้ออกบัตรเพิ่มทรัพย์ชุดที่ 6 และ 7 ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากอีก 2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงต้นปี 2555 คาดว่าจะมีการออกสลากออมทรัพย์ทวีสินเพื่อระดมเงินฝากอีก 3 หมื่นล้านบาท
นายอรุณ กล่าวถึงบัตรเพิ่มทรัพย์ชุดที่ 6 และ 7 ว่า มีราคาหน่วยละ 100 บาท รวม 200 ล้านหน่วย เป็นเงินที่เปิดรับฝาก 2 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 5 บาท เฉลี่ยผลตอบแทน 1.3 % ต่อปี
รางวัลที่ 1 มีมูลค่า 2 ล้านบาท และมีรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ารางวัล 19.4 ล้านบาทต่องวด โดยรางวัลได้รับการยกเว้นภาษี เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. คาดว่าจะขายได้หมด 2 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปี 2554 นี้
สำหรับเกษตรกรที่ได้ขอสินเชื่อเพื่อการผลิตเมื่อต้นปี 2554 ซึ่งมียอดสินเชื่อรวม 1 แสนล้านบาทนั้น เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและได้นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำแล้ว ธนาคารจะขอให้เกษตรกรชำระหนี้เพื่อการผลิตก่อน เป็นการช่วยภาระดอกเบี้ยที่เกษตรกรกู้มาในอัตรา 7-9.25% ภายในกำหนดวันที่ 31 มี.ค. 2555







