posttoday
ตลาดเกิดใหม่รุ่งปีหน้า

ตลาดเกิดใหม่รุ่งปีหน้า

09 ธันวาคม 2554

ซิตี้กรุ๊ปยกไทยมากกว่าตลาดหุ้นลงราคาทองนิ่งรอข่าวยุโรป

ซิตี้กรุ๊ปยกไทยมากกว่าตลาดหุ้นลงราคาทองนิ่งรอข่าวยุโรป

ซิตี้กรุ๊ปเชียร์ตลาดหุ้นเกิดใหม่ในปี 2555 ให้น้ำหนักหุ้นไทยมากกว่าตลาด ราคาทองคำ หุ้นแผ่ว รอข่าวดียุโรป

ซิตี้กรุ๊ปออกบทวิเคราะห์กลยุทธ์ลงทุนตลาดหุ้นเกิดใหม่ในตลาดโลก วิเคราะห์ว่าปี 2555 จะเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยดัชนี MSCI ตลาดเกิดใหม่จะมีกำไร 25-30% จากระดับปัจจุบัน

ทั้งนี้ ให้น้ำหนักมากกว่าตลาดสำหรับตลาดหุ้นเอเชีย และเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยเป็นมากกว่าตลาด เพราะเชื่อว่าผลกระทบจากน้ำท่วมจะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวที่กระทบเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วงสั้น

ซิตี้กรุ๊ปคาดว่า ประเทศไทยจะมีการลงทุนอย่างมากหลังน้ำท่วม ส่งผลให้มีการเติบโตเนื่องมาจากดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงและมีการเพิ่มงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่ราคาหุ้นถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เทียบจากสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ในอนาคต

กลุ่มที่แนะนำให้ลงทุนคือหุ้นกลุ่มการเงิน หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและวัสดุก่อสร้าง

ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 8 ธ.ค. ตลาดหุ้นเอเชียแดงเถือกถ้วนหน้า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยพยายามฝ่าทะลุ 1,050 จุด แต่ไม่สำเร็จ ไปไกลสุด 1,051.77 จุด หลังจากนั้นมีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ กดดัชนีปิดที่ระดับ 1,043.24 จุด ลดลง 3.49 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 30,662 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังเข้าเก็บหุ้นไทยอีก 1,898 ล้านบาท และมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้สูงถึง 12,104 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ในช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นไทยที่ขึ้นมาจากระดับต่ำสุดแถว 855 จุด เกือบ 200 จุด ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่ตลาดอยู่ระหว่างรอความชัดเจนว่ากลุ่มประเทศยุโรปจะมีมาตรการ ป้องกันหรือแก้วิกฤตหนี้สาธารณะอย่างไรบ้าง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ออกบทวิเคราะห์ คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะมีมติลดดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 1% ตามคาดและอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายอื่นๆ ด้วย จึงคาดว่าตลาดจะตอบรับในทางบวก

ด้านแนวโน้มตลาดวันที่ 9 ธ.ค. ตลาดจะมุ่งไปที่จีน จากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ คาดว่าจะอ่อนตัวลงเหลือ 4.5% จากเดือนก่อนหน้า 5.5% ซึ่งตลาดตอนนี้คาดหวังเรื่องการผ่อนปรนนโยบายของทางการอีกครั้ง เช่นการปรับลดการกันสำรองของธนาคารในประเทศ

“ดัชนีขึ้นไปใกล้บริเวณ 1,050 จุด น่าจะมีแรงขายออกมาบ้างแต่ไม่มาก ขึ้นอยู่กับผลการประชุมของยุโรปด้วย แนะนำให้ทยอยรับเมื่อราคาอ่อนตัวลงในหุ้นบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และธนาคารกรุงไทย (KTB) และให้ถือต่อหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท บ้านปู (BANPU) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และบริษัท การบินไทย (THAI)” บล.ไทยพาณิชย์ระบุ

ด้านการซื้อขายทองคำ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ เปิดเผยว่า ราคาปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยตลาดรอผลการประชุมอีซีบี รวมถึงการประชุมอียูซัมมิทในวันศุกร์

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และวิกฤตหนี้ยูโรโซน

นอกจากนี้ ธนาคารกลางอังกฤษยังได้ตัดสินใจที่จะไม่ขยายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 2.75 แสนล้านปอนด์

ทางด้านธนาคารกลางเกาหลีใต้ มีมติไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยสำคัญที่ 3.25% นับเป็นการคงดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยให้เหตุผลว่าประเทศเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากจากเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ