
บี้รัฐลงทุนความปลอดภัย
จากทั้งการเมืองและธรรมชาติหลังข่าววางระเบิดป่วนซ้ำน้ำ
จากทั้งการเมืองและธรรมชาติหลังข่าววางระเบิดป่วนซ้ำน้ำ
เอกชนร้องรัฐ เพิ่มงบลงทุนความปลอดภัย หวังลดเสี่ยงจากภัยการเมือง ภัยธรรมชาติ ฟื้นเชื่อมั่นประเทศ
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า ภาพเหตุวางระเบิดเกาะกลางถนนราชดำเนินหน้ากองสลากเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม ยิ่งตอกย้ำการเป็นเมืองที่ไม่ปลอดภัย
รัฐบาลต้องเร่งชี้แจงและวางมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อฟื้นภาพลักษณ์ เพราะหลายประเทศจับตาความเคลื่อนไหวสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เมื่อเกิดระเบิดขึ้นมาอาจเป็นสัญญาณความรุนแรงเกิดขึ้น นักท่องเที่ยวไม่กล้ามาระยะนี้ รวมถึงระยะยาวอาจย้ายฐานท่องเที่ยวไปประเทศอื่น
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ถึงแม้จะกู้ไม่ให้ระเบิดได้ แต่ก็ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างแน่นอน เนื่องจากไทยเจอวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจยุโรป น้ำท่วม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต อาจกระทบท่องเที่ยวและการบริโภคได้
ทั้งนี้ ภาครัฐควรจะเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยติดกล้องวงจรปิดตามสถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงสถานที่ราชการต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก เป็นการสร้างความมั่นใจ
“แม้ว่าเหตุการณ์จะไม่มีความรุนแรง แต่จะทำให้คนเกิดความไม่มั่นใจและเริ่มวิตกกังวลอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศแบบนี้จะส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวโดยตรง รวมถึงภาคการบริโภคที่ขณะนี้คนส่วนใหญ่ก็ใช้จ่ายน้อย เพื่อนำไปซ่อมแซมบ้านเรือนอยู่แล้ว” นายธนิต กล่าว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เรื่องแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะจะก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นสะสมในสายตานักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้จะยังไม่กระทบต่อการบริโภคในประเทศ และสร้างความตื่นตระหนกให้คนไทย เพราะส่วนหนึ่งค่อนข้างชินกับสถานการณ์แล้ว







