posttoday
คปภ.แจงสภาค่าเสียหายพุ่งเกิน3แสนล้าน

คปภ.แจงสภาค่าเสียหายพุ่งเกิน3แสนล้าน

08 ธันวาคม 2554

คปภ.สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมล่าสุดถึง 3 แสนล้านบาทแล้ว ยันประกันมีเงินจ่าย

คปภ.สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมล่าสุดถึง 3 แสนล้านบาทแล้ว ยันประกันมีเงินจ่าย

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. น.ส.วราวรรณ เวชชสัสถ์ รองเลขาธิการด้านกำกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และนายอานนท์ วังสุ เลขาสมาคมประกันวินาศภัย เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา โดยทาง คปภ.ยืนยันตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมล่าสุดแตะ 3 แสนล้านบาทแล้ว

น.ส.วราวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้ที่เรียกร้องสินไหมแล้วจำนวนมาก แบ่งเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 926 ราย คิดเป็นเบี้ยที่ต้องจ่าย 4.5 แสนล้านบาท

กลุ่มโรงงานขนาดเล็ก หรือกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบ 2.7 แสนราย คิดเป็นเบี้ยที่ต้องจ่าย 3 แสนล้านบาท

รถยนต์ที่เสียหายมีผู้แจ้งขอรับประกันแล้ว 1 หมื่นราย รวมเป็นเงิน 1,300 ล้านบาท ขณะนี้จ่ายไปแล้วประมาณ 1,000 ราย คิดเป็นเงิน 71 ล้านบาท

ความเสียหายต่อทรัพย์สินมีผู้แจ้งเข้ามาแล้ว 1 หมื่นราย คิดเป็นเงิน 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจ่ายไปแล้ว 700 ราย รวมเป็นเงิน 53 ล้านบาท

สำหรับความเสียหายในด้านชีวิตมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 94 คน รวมเป็นเงิน 31 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้จ่ายเบี้ยประกันไปทั้งหมดแล้วที่มีการเรียกร้อง

ด้านนายอานนท์ กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวความเสียหายที่ในปี 2554 ภาพรวมคาดว่าจะมีความเสียหายคิดเป็นเงินที่บริษัทประกันต้องจ่ายให้ผู้ทำประกันกว่า 3 แสนล้าน เบื้องต้นบริษัทประกัน 90 % จะจ่ายให้อย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนกรมธรรม์รถยนต์ คาดว่ามีมากถึง 4 หมื่นคัน ค่าเสียหายรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท, บ้านพักอาศัย คาดจะเสียหายมากกว่า 3 หมื่นหลัง รวมค่าเสียหายประมาณ 34หมื่นล้านบาท, โรงงานอุตสาหกรรม ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากหลายแห่งน้ำยังไม่ลด จึงยังไม่สามารถส่งทีมเข้าไปประเมินได้ ดังนั้นจากทุนประกันรวมทั้งหมด 7 แสนล้าน ประเมินอย่างคร่าวว่า หากได้รับความเสียหาย 30 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับจำนวนเงิน 2.1 แสนล้านบาท ทั้งนี้มองว่าตัวเลขความเสียหายที่ คปภ.แจงออกมานั้นจะเอาไม่อยู่เพราะจากน้ำท่วมขังนาน ทั้งนี้ตัวเลขอาจพุ่งสูงขึ้นอีก

“ผมยืนยันว่าจำนวนเงิน 3 แสนล้านบาท วันนี้ธุรกิจประกันภัยรายใหญ่มีจ่าย เนื่องจากระบบประกันภัยปัจจุบันมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่วโลก ส่วนใหญ่งานจะส่งประกันภัยต่อไปที่ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรีย ยุโรป เพราะใช้หลักกระจายการเสี่ยงภัย เบื้องต้นคาดว่ารถยนต์ที่ประกันภัยประเภท 1 ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองจากอุทกภัยที่ประเมินเบื้องต้นว่าจะมี 4.1 หมื่นล้านคัน ที่อยู่ในกรอบของประกันภัยประเภท 1 บ้านพักอาศัย ธุรกิจประกันภัยจะชดใช้ทุนประกันให้ผู้เอาประกันได้ภายใน 6 เดือน” นายอานนท์ กล่าว

ทั้งนี้ ในที่ประชุมทางกรรมาธิการได้ซักถามในประเด็นของการรับทำประกันภัยต่อของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม การขึ้นเบี้ยประกันในปี 2555 รวมถึงการปรับปรุงรูปแบบทำประกันภัย โดยพิจารณาของพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นหลัก ซึ่ง นายอานนท์ ชี้แจงว่า ต้องยอมรับว่าบริษัทประกันขณะนี้ไม่มีความมั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะไม่เกิดขึ้นอีก เช่น นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่ถูกน้ำท่วม ทางธุรกิจประกันส่ายหน้าที่จะให้เข้าระบบประกันภัยต่อ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมาก สำหรับเบี้ยประกันภัยนั้น ความเห็นส่วนตัวว่าต้องเพิ่มเบี้ยประกันแน่นอน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมขณะนี้นับหลายพันล้านบาท

นายอานนท์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าบริษัทประกันขณะนี้ไม่มีความมั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะไม่เกิดขึ้นอีก เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจประกันภัย ทางรัฐบาลต้องทำให้เกิดความมั่นใจด้วยการกำหนดนโยบายป้องกันน้ำท่วม รวมถึงกลุ่มโรงงานต้องมีแนวทางป้องกันน้ำท่วมที่ชัดเจน ความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินคร่าวๆ ไว้ 3 แสนล้านบาท แน่นอนว่าธุรกิจประกันต้องเป็นผู้จ่ายเป็นสัดส่วนมากถึง 70% ทั้งที่ภัยที่เกิดขึ้นนั้นรัฐบาลควรที่จะเข้ามาช่วยหรือมีส่วนในความรับผิดชอบด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท