
ประกันเตรียม3แสนล้านเคลมน้ำท่วม
บริษัทประกัน กระอักเตรียมเงิน 3 แสนล้านเคลมน้ำท่วม ยันมีเงินจ่ายแน่ จี้ รัฐเปิดนโยบายแก้น้ำท่วมให้ชัดเจน
บริษัทประกัน กระอักเตรียมเงิน 3 แสนล้านเคลมน้ำท่วม ยันมีเงินจ่ายแน่ จี้ รัฐเปิดนโยบายแก้น้ำท่วมให้ชัดเจน
การประชุมคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีนายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ส.ส. เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของบริษัทประกันภัย โดยมี น.ส.วราวรรณ เวชชสัสถ์ รองเลขาธิการด้านกำกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ นายอานนท์ วังสุ เลขาสมาคมประกันวินาศภัย เข้าชี้แจง
นายอานนท์ กล่าวว่า ความเสียหายที่ในปี 2554 ภาพรวมคาดว่าจะมีความเสียหายคิดเป็นเงินที่บริษัทประกันต้องจ่ายให้ผู้ทำประกันกว่า 3 แสนล้านบาท เบื้องต้นบริษัทประกัน 90 % จะจ่ายให้อย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนกรมธรรม์รถยนต์ คาดว่ามีมากถึง 4 หมื่นคัน ค่าเสียหายรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท, บ้านพักอาศัย คาดจะเสียหายมากกว่า 3 หมื่นหลัง รวมค่าเสียหายประมาณ 3-4หมื่นล้านบาท, โรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากหลายแห่งน้ำยังไม่ลด จึงยังไม่สามารถส่งทีมเข้าไปประเมินได้ ดังนั้นจากทุนประกันรวมทั้งหมด 7 แสนล้าน ประเมินอย่างคร่าวว่า หากได้รับความเสียหาย 30 %เท่ากับจำนวนเงิน 2.1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าตัวเลขดังกล่าวจะเอาไม่อยู่ เพราะจากน้ำท่วมขังนาน ทั้งนี้ตัวเลขอาจพุ่งสูงขึ้นอีก
“ผมยืนยันว่าจำนวนเงิน 3 แสนล้านบาท วันนี้ธุรกิจประกันภัยรายใหญ่มีจ่าย เนื่องจากระบบประกันภัยปัจจุบันมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่วโลก ส่วนใหญ่งานจะส่งประกันภัยต่อไปที่ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรีย ยุโรป เพราะใช้หลักกระจายการเสี่ยงภัย เบื้องต้นคาดว่ารถยนต์ ที่ประกันภัยประเภท 1 ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองจากอุทกภัย ที่ประเมินเบื้องต้นว่าจะมี 4.1หมื่นล้านคันที่อยู่ในกรอบของประกันภัยประเภท 1 , บ้านพักอาศัย ธุรกิจประกันภัยจะชดใช้ทุนประกันให้ผู้เอาประกันได้ภายใน 6 เดือน” นายอานนท์ กล่าว
นายอานนท์ กล่าวว่า บริษัทประกันขณะนี้ไม่มีความมั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะไม่เกิดขึ้นอีก เช่น นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่ถูกน้ำท่วม ทางธุรกิจประกันส่ายหน้าที่จะให้เข้าระบบประกันภัยต่อ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมาก สำหรับเบี้ยประกันภัยนั้น ความเห็นส่วนตัวว่าต้องเพิ่มเบี้ยประกันแน่นอน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมขณะนี้นับหลายพันล้านบาท
“เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจประกันภัย ทางรัฐบาลต้องทำให้เกิดความมั่นใจ ด้วยการกำหนดนโยบายป้องกันน้ำท่วม รวมถึงกลุ่มโรงงานต้องมีแนวทาป้องกันน้ำท่วมที่ชัดเจน ความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินคร่าวๆ ไว้ 3 แสนล้านบาท แน่นอนว่าธุรกิจประกันต้องเป็นผู้จ่ายเป็นสัดส่วนมากถึง 70 % ทั้งที่ภัยที่เกิดขึ้นนั้นรัฐบาลควรที่จะเข้ามาช่วย หรือมีส่วนในความรับผิดชอบด้วย” นายอานนท์ กล่าว
ด้าน น.ส.วราวรรณ กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมายอมรับว่าได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดมียอดผู้ที่เรียกร้องสินไหมแล้วจำนวนมาก แบ่งเป็น กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 926 ราย คิดเป็นเบี้ยที่ต้องจ่าย 4.5แสนล้านบาท, กลุ่มโรงงานขนาดเล็ก หรือ กลุ่มเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบ 2.7 แสนราย คิดเป็นเบี้ยที่ต้องจ่าย 3แสนล้านบาท, รถยนต์ที่เสียหาย มีผู้แจ้งขอรับประกันแล้ว 1หมื่นราย รวมเป็นเงิน 1,300 ล้านบาท
ขณะนี้จ่ายไปแล้วประมาณ1,000 ราย คิดเป็นเงิน 71ล้านบาท, ความเสียหายต่อทรัพย์สิน มีผู้แจ้งเข้ามาแล้ว 1หมื่นราย คิดเป็นเงิน 6หมื่นล้านบาท ซึ่งจ่ายไปแล้ว 700 ราย รวมเป็นเงิน 53 ล้านบาท สำหรับความเสียหายในด้านชีวิต มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 94 ราย รวมเป็นเงิน 31 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้จ่ายเบี้ยประกันไปทั้งหมดแล้วที่มีการเรียกร้อง







