
บินไทยไตรมาส4สูญ3พันล้าน
คาดปีนี้ไม่จ่ายโบนัส/ปันผลเครื่องบินแช่น้ำมี9รายสนซื้อ
คาดปีนี้ไม่จ่ายโบนัส/ปันผลเครื่องบินแช่น้ำมี9รายสนซื้อ
น้ำซัดการบินไทยสูญรายได้กว่า 3,000 ล้าน เชื่อปีนี้ขาดทุนโบนัส ปันผลหมดหวัง เล็งดัมพ์ตั๋วต่อเนื่อง
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 4 บริษัทสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ของประเทศ ไทย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแถบเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ลดลง 50-80% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ อัตราที่นั่งช่วงเดือน ต.ค.ปีนี้ เฉลี่ย 65% เทียบกับปีก่อน 74% เดือน พ.ย. 61% เทียบกับปีที่ผ่านมา 72% จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทคาดว่าเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) การเดินทางจะไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ วัดได้จากสัญญาณการจองยังไม่กระเตื้อง คาดว่าอัตราที่นั่งเดือน ธ.ค. เฉลี่ยไม่ถึง 70% เทียบปีที่ผ่านมา 75-76%
นอกจากนี้ บริษัทเชื่อว่านักท่องเที่ยวแถบยุโรปขณะนี้ได้วางแผนเดินทางท่องเที่ยวไปยังเส้นทางอื่นๆ แทนประเทศไทย โดยมองว่าผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย แต่ปัญหาน้ำท่วมเป็นเหตุผลหลักที่จะเดินทางมา เพราะรัฐบาลหลายประเทศได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทยในช่วงเกิดเหตุการณ์
“ผมตอบไม่ได้ว่าท่องเที่ยวจะฟื้นเมื่อไหร่ เพราะไม่มีใครตอบได้ว่าน้ำจะแห้งหมดเมื่อไหร่ รัฐบาลต้องสื่อสารว่าประเทศไทยยังมีเส้นทางอื่นๆ เที่ยวได้ ผลกระทบที่ได้รับอาจต่อเนื่องยาวไปถึงม.ค.ปีหน้า โดยเครื่องบินแฟกเตอร์เดือน พ.ย.ปีนี้ ถือว่าต่ำสุดในรอบหลายปี และมองว่ายุโรปวางแผนไปเที่ยวที่อื่นแล้ว วัดจากเส้นทางระยะไกลของการบินไทยอัตราที่นั่งไม่ค่อยดีนัก” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายทางธุรกิจบริษัทจะดำเนินการตามที่วางไว้ แต่จะปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดแคมเปญลดราคาตั๋วโดยสารเส้นทางระหว่างประเทศเฉลี่ย 50% อย่างต่อเนื่อง ส่วนเส้นทางในประเทศยอดโดยสารคนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก มีเพียงช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเท่านั้น
บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะไม่มีผลกำไร การที่พนักงานจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ (โบนัส) รวมถึงผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผล จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการรวบรวมค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เช่น การชดเชยพนักงาน คาดว่าจะมีพนักงานกว่า 1 หมื่นคนประสบภัยน้ำท่วม คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจ่ายเงินชดเชยให้ 1 เท่าของเงินเดือนแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/คน
สำหรับความคืบหน้าของโรงซ่อมอากาศยาน(แฮงก้า) บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงได้ปิดทำการตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้เตรียมเปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ส่วนความเสียหายต่างๆอยู่ระหว่างการประเมิน โดยบริษัทได้ทำประกันไว้กับบริษัททิพยประกันภัย และกรุงเทพประกันภัย ส่งผลให้การปรับปรุงเครื่องบินมีความล่าช้า โดยปี 2555 ต้องปรับปรุงเครื่องบินทั้งหมด 16 ลำให้แล้วเสร็จ
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 300-600 จำนวน 2 ลำ อายุการใช้งาน 20 ปี ที่ปลดระวางจอดในน้ำท่วมขัง ฝ่ายช่างได้หุ้มพลาสติกจึงไม่เสียหาย ซึ่งขณะนี้มี 9 บริษัทจะซื้อในราคา 5 ล้านเหรียญสหรัฐ จากราคาฅเครื่องบินใหม่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ







