
เชียร์หุ้นกองตลาดเกิดใหม่ชี้เงินเข้าอื้อ
โค้งสุดท้ายปี 2554 บล.ฟิลลิป แนะเก็งกำไรระยะสั้นหวั่นหนี้ยุโรปยังไม่จบง่ายๆ
โค้งสุดท้ายปี 2554 บล.ฟิลลิป แนะเก็งกำไรระยะสั้นหวั่นหนี้ยุโรปยังไม่จบง่ายๆ
ระยะยาวทยอยสะสมกองหุ้นตลาดเกิดใหม่ บลจ.ไอเอ็นจี ชี้ ตั้งแต่เดือน ต.ค.เงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่เพียบ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานในบทวิเคราะห์ประจำเดือน ธ.ค. 2554 ว่า ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปอย่างจริงจัง ทำให้ความเสี่ยงหนี้ยุโรปไม่ลดลง
ดังนั้น ในระยะสั้นยังคงแนะนำให้เก็งกำไรตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา แต่ในระยะยาวยังต้องระมัดระวัง และแนะนำให้สะสมสินทรัพย์เสี่ยงเมื่อราคาปรับลดลงแรง โดยเน้นไปที่กองทุนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ยุโรปโดยตรง
“ในโค้งสุดท้ายของปี 2554 ระยะสั้นยังแนะนำให้เก็งกำไร ขึ้นซื้อลงขาย สำหรับระยะยาวให้ทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยงอย่างกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ เพราะคาดว่า จะเติบโตได้ดีกว่าทางฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา และกองทุนโกลบอล บอนด์ เมื่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับลดลง” บล.ฟิลลิป รายงาน
ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป เชื่อว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะดำเนินต่อไป โดยมีความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยุโรปเข้ามารบกวนเป็นระยะๆ โดยในวันที่ 9 ธ.ค. นักลงทุนคาดว่า จะได้เห็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนจากการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป
ขณะที่ นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียและกลุ่มประเทศเกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยพื้นทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง และระดับหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ต่ำ
นอกจากนี้ มูลค่าของตราสารหนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับการลงทุน และกลุ่มประเทศเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย ภายหลังจากปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งคาดหมายว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่มีแนวโน้มจะอยู่ในทิศทางขาลง
ทั้งนี้ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ประกาศจ่ายเงินปันผล กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตปันผล หน่วยละ 0.50 บาท สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2553 ถึง 31 ต.ค. 2554 กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 13 ธ.ค. 2554 โดยมีผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 16.66%







