posttoday
รัฐบาลกู้แหลก!

รัฐบาลกู้แหลก!

07 ธันวาคม 2554

หนี้สาธารณะสิ้นปีงบ2554พุ่งเพิ่มอ่วมอีก1.76แสนล้านบาท

หนี้สาธารณะสิ้นปีงบ2554พุ่งเพิ่มอ่วมอีก1.76แสนล้านบาท

รัฐบาลกู้หนักมือ ทำหนี้สาธารณะล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก 1.76 แสนล้านบาท

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 30 ก.ย. 2554 มีจำนวน 4.44 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 41.66% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 3.18 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.07 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 1.56 แสนล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 3.04 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลกู้แหลก!

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 1.76 แสนล้านบาท โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) เพิ่มขึ้น 1.67 แสนล้านบาท 7,602 ล้านบาท และ 1,317 ล้านบาทตามลำดับ

ในขณะที่หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนหน่วยงานอื่นของรัฐนั้น ไม่มีหนี้คงค้าง

สำหรับหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง เป็นการกู้เงินในประเทศจากการออกตั๋วเงินคลัง 1.25 แสนล้านบาท การออกพันธบัตรเพื่อการบริหารหนี้ 2.7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้รัฐบาลยังได้กู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1,665 ล้านบาท แต่หากคิดในรูปเงินเหรียญสหรัฐจะลดลง 0.90 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากผลจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น

ทางด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สภานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ไทยยังควรเก็บกระสุนทางการเงินและการคลังเอาไว้ก่อน ไม่ควรเร่งใช้มาก เพราะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง และมองว่าเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมน่ายังพอฟื้นตัวได้ ส่วนระดับหนี้สาธารณะในปัจจุบันที่คลังบอกว่าอยู่ที่ระดับ 41.66% ในเดือน ก.ย.นั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าห่วง แต่ก็ต้องระวังและเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็นด้วย เพราะมีโอกาสง่ายมากที่หนี้จะกระโดดจาก 40% ไปเป็นเกิน 60% ของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเกินกรอบวินัยการคลัง

“ระดับหนี้ 41.66% มองว่าเป็นตัวเลขในปัจจุบัน ถ้าคาดในอนาคตไม่ไกลก็ต้องขึ้นตามความจำเป็นที่เราต้องใช้ฟื้นฟูหลังน้ำลด และมีเหตุอื่นๆ ให้ใช้อีก ซึ่งถ้าปล่อยเพิ่มไปมาก เวลาดึงกลับมันดึงกลับอยาก เพราะกระทบแผนงานเยอ” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อไป ไทยจำเป็นต้องใช้จ่ายหลายอย่างในช่วงนี้ อย่างเรื่องประชากรที่เข้าสู่วัยชราของเราก็สูงขึ้น จำเป็นต้องใช้งบประมาณค่าสวัสดิการรักษาพยาบาลค่อนข้างมาก ช่วงนี้จึงต้องคอยระวัง มันอาจจะกระโดดไปเกิน 60% ได้ง่าย แต่จะเกินหรือไม่อยู่ที่เราหารายได้ได้มากน้อยแค่ไหนด้วย

นายประสาร กล่าวว่า ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนการเก็บกระสุนการเงินและการคลังยังจำเป็นต้องทำอยู่ เพราะมาตรการการเงินและคลังเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ดี แก้ปัญหาที่เกิดจากปัญหาที่คาดไม่ถึงได้ เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน ซึ่งภาวะแบบนี้ประเทศที่ไม่มีเครื่องมือการเงินและการคลังจะแก้ไขปัญหาอยากลำบากเหมือนในยุโรปและสหรัฐขณะนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท