
คปภ.ชี้ปี’55เบี้ยโตแตะ6%ต่อ‘จีดีพี’
คปภ.ร่วมเอกชน ผลักดันธุรกิจประกันภัยปี 2555 เบี้ยรวมแตะ 6% ต่อจีดีพี หลังปีนี้ทรุดหนัก
คปภ.ร่วมเอกชน ผลักดันธุรกิจประกันภัยปี 2555 เบี้ยรวมแตะ 6% ต่อจีดีพี หลังปีนี้ทรุดหนัก
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คาดว่าปี 2555 ธุรกิจประกันภัยจะมีการเติบโตในอัตราที่เร็วกว่า และมีความเป็นไปได้ที่เบี้ยประกันภัย และประกันชีวิต รับรวมกันจะถึง 6% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เร็วกว่าที่วางไว้ในปี 2557 ตามแผนการพัฒนาธุรกิจประกันฉบับที่ 2 จากการผลักดันของภาครัฐและเอกชน
“ถ้าเทียบกับกราฟ ปีหน้ากราฟมันกระตุกขึ้น เพราะปีนี้มันกระตุกลงจากภาวะตกใจของประชาชนต่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ทำความเสียหายอย่างรุนแรง” นายประเวช กล่าว
นายประเวช กล่าวว่า ผลของการตกใจของประชาชนในปีนี้ จะทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องการทำประกันมากขึ้น เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้น
ขณะนี้รัฐบาลจึงได้มีการเร่งรัดการฟื้นฟูประเทศให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติเกิดการเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง และให้บริษัท รีอินชัวเรอร์ เกิดความมั่นใจด้วย ในขณะเดียวกันก็ได้เปิดให้รีอินชัวเรอร์รายใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจในประเทศเพิ่มอีกด้วย
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย คาดว่า อัตราการเติบโตในปีหน้า หรือกราฟการเติบโตน่าจะพุ่งกระฉูด เพราะคนหันมาให้ความสำคัญกับประกันภัยมากขึ้น เพราะบทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ทุกคนตระหนักในเรื่องการป้องกันความเสี่ยงภัยมากขึ้น
ทั้งนี้ ปีนี้สมาคมประกันวินาศภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเอาไว้ที่ 1.5 แสนล้านบาท เติบโต 15% แต่สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้เชื่อว่ายอดเบี้ยรับรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท หรือเติบโตได้ประมาณ 12% หรือมูลค่าตลาดหายไปประมาณ 5,000 ล้านบาท
“ปีนี้ที่กราฟกระตุกลงเพราะน้ำท่วมเลยทำให้คนตกใจ และเบี้ยประกันวินาศภัยส่วนใหญ่ประมาณ 70% เป็นเบี้ยประกันที่มาจากรถยนต์ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก ไม่มีรถออกมาให้คนจอง เห็นได้จากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่ไม่มีรถให้ลูกค้าจอง ยอดขายรถหายไป ประกันภัยก็หายไปด้วย” นายจีรพันธ์ กล่าว







