posttoday
ยอดลงทุนบีโอไอ11เดือนพุ่ง6 แสนล้าน

ยอดลงทุนบีโอไอ11เดือนพุ่ง6 แสนล้าน

07 ธันวาคม 2554

“วรรณรัตน์”ฟุ้งยอดลงทุนบีโอไอ11เดือนทะลุ 6 แสนล้านบาทหวังปี 55 แตะ 7 แสนล้านบาท

“วรรณรัตน์”ฟุ้งยอดลงทุนบีโอไอ11เดือนทะลุ 6 แสนล้านบาทหวังปี 55 แตะ 7 แสนล้านบาท

น.พ.วรรณรัตน์    ชาญนุกูล    รมว.อุตสาหกรรม  เปิดเผยถึงสถานการณ์การลงทุนในช่วง 11 เดือนแรกของปี(ม.ค.-พ.ย.)  มีโครงการลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  จำนวน 1,630 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม  6.15 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้  5 แสน ล้านบาทภายในปี 2554 แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทย และคาดว่าการลงทุนในปี 2555 มีโอกาสที่มูลค่าการลงทุนจะอยู่ที่ระดับ 6-7 แสนล้านบาทได้ 

ทั้งนี้หากเปรียบเทียบตัวเลขโครงการลงทุนที่ยื่นบีโอไอในช่วง 11 เดือนของปีนี้ ถือว่าสูงกว่าคำในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะมูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 77% โดยกลุ่มอุตสาหกรรม ที่นักลงทุนให้ความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดคือกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 376 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน  2.46 แสนล้านบาท   ซึ่งเป็น กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ กิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กิจการผลิตไฟฟ้าจากกิจการขนส่งก๊าซธรรชาติทางท่อ และกิจการขนส่งทางอากาศ เป็นต้น

นอกจากนี้เป็น กลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักร ยานยนต์และชิ้นส่วน จำนวน 424 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม  1.18 แสนล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตยางรถยนต์ กิจการผลิตชิ้นส่วนอลูมิเนียม และกิจการผลิตเครื่องจักรเครื่องกลึง เป็นต้น  รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 229 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม7.56 หมื่นล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนแผงวงจนรวม เป็นต้น

สำหรับคำขอรับส่งเสริมในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษ และพลาสติก จำนวน 191 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 7.31 หมื่นล้านบาท อุตาสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร จำนวน 257 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน  6.05 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตามด้านการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ ในช่วง 11 เดือนนี้ พบว่า มีคำขอทั้งสิ้น 921 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 3.54 แสนล้านบาท โดยมูลค่าเงินลงทุนของการลงทุนจากต่างประเทศในช่วง 11 เดือน  ปีนี้ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 77% โดยญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนกลุ่มหลักของไทย ยื่นขอรับส่งเสริม 496 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม1.68 แสนล้านบาทสูงกว่าปีก่อน90% ในส่วนของมูลค่าเงินลงทุน  รองลงมาคือ นักลงทุนจากจีน 131 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน2.6 หมื่นล้านบาท   สิงคโปร์ 48 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.28 หมื่น ล้านบาท ฮ่องกง 29 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม  1.25 หมื่นล้านบาท และ เกาหลีใต้ 37 โครงการ มูลค่ารวม 7,584 ล้านบาท

“สิ่งที่ตอกย้ำว่านักลงทุนยังมั่นใจว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพและมีความพร้อม ก็คือ คำขอรับส่งเสริมการลงทุนในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยประสบกับวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งเราคาดว่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วงนี้อาจลดลงบ้าง แต่ปรากฏว่า นักลงทุนได้ยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีจำนวน 177 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกๆ เดือนในปีนี้ คือ 1.35 แสนล้านบาท ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องถกเถียงกันอีกในเรื่องของความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เหลือเพียงการพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งถือเป็นนักลงทุนที่ตั้งฐานการผลิตในไทยมาอย่างยาวนาน”น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ