
อุตฯแจงสร้างคันกั้นน้ำนิคมยังไม่สรุป
“วรรณรัตน์” แจงไจก้าขอยกเลิกสนับสนุนสร้างคันกั้นน้ำนำร่องนิคมอุตสาหกรรมยังไม่มีข้อสรุป ชี้เป็นความเห็นของไจก้าเพียงส่วนเดียว
“วรรณรัตน์” แจงไจก้าขอยกเลิกสนับสนุนสร้างคันกั้นน้ำนำร่องนิคมอุตสาหกรรมยังไม่มีข้อสรุป ชี้เป็นความเห็นของไจก้าเพียงส่วนเดียว
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นายนำ ชาง กับ ประธานบริษัท ซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ (ไทยแลนด์) ว่า ทางอุปฑูตญี่ปุ่นได้มาชี้แจงขอยกเลิกนโยบายขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า)ที่เดิมจะสนับสนุนเงิน 200 ล้านบาทเพื่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม
ตัวอย่างให้กับนิคมอุตสาหกรรม1แห่งที่น้ำท่วม เนื่องจากเป็นแค่ความเห็นของไจก้าเพียงส่วนเดียวยังไม่ได้มีการหารือกับภาคอื่นๆของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ทางไจก้ายังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลไทยในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แต่เฉพาะกรณีคันกั้นน้ำตัวอย่าง จะขอยกเลิกไปก่อน ซึ่งไม่ใช่ปัญหา เพราะแต่ละนิคมฯก็มีแผนที่จะสร้างคันกั้นน้ำถาวรอยู่แล้ว โดยสถานการณ์นิคมฯ7 แห่ง ตอนนี้หลายโรงงานก็เริ่มกลับมาผลิตได้แล้ว โดยนิคมฯแฟคตอรี่แลนด์ มีโรงงานเปิด 70 แห่ง จาก 93 แห่ง นิคมฯบางปะอิน โรงงานเปิด แล้ว 6 แห่ง จาก 90 แห่ง นิคมฯไฮเทค เปิดโรงงานแล้ว 7 แห่ง จาก 143 แห่ง และนิคมฯโรจนะ มีโรงงานเปิดแล้ว 2 แห่ง จาก 245 แห่ง เป็นต้น
สำหรับการหารือกับผู้บริหารซัมซุง ฯนั้น ได้มีการสอบถามถึงแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในนิคมฯ ซึ่งได้ชี้แจงถึงแผนระยะยาวของการสร้างคันกั้นน้ำ โดยขณะนี้ทางบริษัทซัมซุงฯอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อขยายโรงงานในนิคมฯเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา มีความคืบหน้าไปแล้ว 30% และในภาพรวมยังยืนยันที่จะลงทุนในไทยต่อไป
ด้านนายนำ ชาง กับ ประธานบริษัทซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ต้องการทราบ แผนการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลไทย ซึ่งยังต้องรอให้เกิดผลเป็นรูปธรรมออกมาก่อน แม้โรงงานซัมซุงจะตั้งอยู่ที่นิคมฯเวลโกรว์และไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ตาม ส่วนเรื่องนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจการลงทุนในไทยหรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบอะไรตอนนี้เพราะเรื่องการลงทุนขึ้นอยู่กับบริษัทแม่ในเกาหลีจะเป็นผู้พิจารณา
นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทซัมซุงฯมีโรงงาน 2 แห่ง คือ นิคมฯเวลโกรว์และ ศรีราชา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อส่งออกไปยัง เกาหลี ฮ่องกง สหรัฐ ยุโรป และฮ่องกง







