
กกร.ยันนักลงทุนญี่ปุ่นไม่ย้ายฐานหนี
กกร.เผยนักลงทุนญี่ปุ่นยืนยันลงทุนในไทยต่อหลังการประชุมร่วมกับนักธุรกิจญี่ปุ่น
กกร.เผยนักลงทุนญี่ปุ่นยืนยันลงทุนในไทยต่อหลังการประชุมร่วมกับนักธุรกิจญี่ปุ่น
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน นำเสนอต่อรัฐบาล โดยต้องการให้ภาครัฐตั้งคณะทำงานเพื่อจัดการน้ำชุดถาวร มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้โครงการการจัดการน้ำในระยะยาวมีความต่อเนื่อง โดยให้เชิญเจ้าหน้าที่จากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมานั่งเป็นคณะกรรมการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมา เหมือนเป็นคณะทำงานชุดเฉพาะกิจมากกว่าจะมาทำงานในระยาว และขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงแผนงานที่จะทำ ภาคเอกชนจึงอยู่ระหว่างการรวมรวบข้อมูลจากส.อ.ท.จังหวัด ในการจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่การจัดผังเมือง การจัดการน้ำภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องมีการจัดทำระบบเตือนภัย ที่มีศักยภาพด้านน้ำ โดยเป็นศูนย์ข้อมูลที่เชื่อถือได้
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานส.อ.ท. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า ที่ประชุมกกร.หารือกันเรื่องผลการประชุมระหว่างกกร.กับสมาพันธ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ไปร่วมชี้แจงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่น โดยสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ และนักลงทุนที่เข้าร่วมงานกว่า 100 ราย ยังยืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป
“เอกชนญี่ปุ่นได้รับข้อมูลจากไทย และมีความเข้าใจกับข้อมูลต่างๆ โดยหลายบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือประเทศไทยด้วย ส่วนการลงทุนยังยืนยันที่จะทำธุรกิจในเมืองไทยต่อ” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการจัดตั้งคณะทำงานของกกร. เพื่อติดตามปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 โดยคณะทำงานจะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานราชการ เพื่อแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนญี่ปุ่นต้องการให้หน่วยงานราชการผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าเครื่องจักร และการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลธุรกิจ โดยต้องการให้กระบวนการมีขั้นตอนที่เร็วกว่านี้ เพราะเมื่อมีการผ่อนปรนกฎระเบียบแล้ว แต่ขั้นตอนยังทำช้าอยู่







