
หนีบางบัวทองซบบ้านในเมือง
จับตาคนย่านบางบัวทองแห่ซื้อบ้านในเมือง เอพีระบุยอดคอนโด ทาวน์เฮาส์ในเมืองเริ่มขยับ โซนไม่ท่วมท่วมน้อยมาแรง
จับตาคนย่านบางบัวทองแห่ซื้อบ้านในเมือง เอพีระบุยอดคอนโด ทาวน์เฮาส์ในเมืองเริ่มขยับ โซนไม่ท่วมท่วมน้อยมาแรง
นายวิทการ จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ซื้อบ้าน คนที่มีบ้านอยู่ย่านบางบัวทองจะหันมาซื้อบ้านในเมืองมากขึ้น โดยกลุ่มคนที่มีครอบครัวเล็กจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ส่วนคนที่มีครอบครัวใหญ่ 4-5 คน จะเลือกซื้อทาวน์เฮาส์ใกล้เมืองในโซนที่น้ำท่วมน้อย หรือโซนที่เห็นว่าครั้งนี้ไม่มีน้ำท่วมเลย
ขณะที่กลุ่มคนที่ยังมีความจำเป็นและคุ้นเคยกับถิ่นฐานเดิมในย่านบางบัวทอง หากตัดสินใจที่จะเลือกซื้อบ้านใหม่ ก็จะเลือกใกล้พื้นที่เดิม แต่เป็นโซนที่ท่วมน้อย เช่น รัตนาธิเบศร์ พระราม 5 และเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับแบรนด์ของโครงการมากขึ้น โดยจะมองจากการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมในวิกฤตครั้งนี้ว่ารายใดสามารถทำได้ดี นอกจากนี้ ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวยังดูว่าโครงการใดที่แม้จะอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่น้ำเข้าโครงการน้อย หรือไม่เข้าเลย ก็จะเป็นหนึ่งในปัจจัยเลือกซื้อบ้านรอบใหม่
โดยช่วงน้ำท่วมมีกลุ่มลูกค้าจากบางบัวทองเข้ามาเช่าคอนโดมิเนียมในเมืองจำนวนมาก ซึ่งมีบางส่วนที่อยู่ได้ระยะหนึ่งก็ตัดสินใจหาซื้อห้องชุดใหม่ทันที“กลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มีภาระ และมีกำลังซื้อ จะตัดสินใจซื้อได้เลย ส่วนกลุ่มที่ยังมีภาระในการผ่อน จะเลือกซื้อห้องชุด หรือทาวน์เฮาส์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ และมีเวลาอีกอย่างน้อย 6-12 เดือน ในการขายบ้านเก่าให้เรียบร้อย” นายวิทการ กล่าว
ทั้งนี้ แม้ว่าการขายบ้านโซนบางบัวทองในเวลานี้จะเป็นเรื่องยาก แต่บางรายยอมที่จะขายขาดทุนเพื่อย้ายถิ่นโซนที่เดินทางไปทำงานได้สะดวกไม่แพ้ย่านเดิม โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ยอดขายคอนโดมิเนียมราคาล้านต้นๆ กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น รวมถึงกลุ่มกลางบนบนทำเลสุขุมวิทด้วย จากเดิมมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 120-150 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ขยับขึ้นมาเป็น 200 ล้านบาทต่อสัปดาห์
ด้านกลุ่มทาวน์โฮม ย่านศรีนครินทร์ ย่านใกล้สาทรตากสิน ฝั่งธนบุรี ลาดพร้าว เอกมัย รามอินทรา ก็ทยอยกลับมามียอดขายที่ดีขึ้นเช่นกัน เฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 100 ล้านบาทต่อสัปดาห์ แต่คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มเป็นปกติภายในปลายไตรมาสแรกถึงไตรมาส 2 ปีหน้า
สำหรับปัจจัยเรื่องน้ำท่วมคาดว่าจะส่งผลกระทบกับเป้าหมายยอดขาย จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.7-2 หมื่นล้านบาท เวลานี้ น่าจะลดเหลือ 1.6 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับยอดรับรู้รายได้ที่จะลดลงเช่นกันไม่ใช่ผลจากลูกค้าชะลอการโอนอย่างเดียว แต่เป็นเพราะงานก่อสร้างไม่ทันตามกำหนด เพราวัสดุก่อสร้างบางรายการหายจากตลาดไป เช่น ปั๊มน้ำ อิฐ ปูน







