
หวั.รถไฟฟ้าสายสีม่วง กู้ชีพอสังหาฯโซนตะวันตกจมน้ำ
แม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะกินหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล แต่ภาพน้ำท่วมอย่างหนักในโซนเหนือค่อนมาทางฝั่งตะวันตก
แม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะกินหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล แต่ภาพน้ำท่วมอย่างหนักในโซนเหนือค่อนมาทางฝั่งตะวันตก
ตั้งแต่ปทุมธานี รังสิต ลำลูกกา เข้าสู่ถนนสาย 345 ต่อด้วยบางบัวทอง บางใหญ่ และกินระยะเวลาที่ยาวนานกว่าย่านอื่นๆ ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อทำเลดังกล่าว จากก่อนหน้านี้เคยเป็นทำเลฮอตฮิตของตลาดบ้านแนวราบอย่างมาก โดยเฉพาะโซน 345 ซึ่งเคยถูกจัดอันดับให้เป็นทำเลทองน้องใหม่เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับย่านบางบัวทองและบางใหญ่ที่กลายเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ รองรับการขยายตัวของคน กทม.ฝั่งตะวันตก และยิ่งร้อนแรงขึ้นจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง
แต่อุทกภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นกำลังจะทุบตลาดบ้านแนวราบโซนนี้ให้หยุดชะงักลง ซึ่งจะเป็นการหยุดชะงักชั่วคราว หรือกินเวลาอีกนานแค่ไหน เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ยากจะประเมินได้ มีเพียงสิ่งที่ต้องเร่งทำในเวลานี้ คือ ดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมา
ชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องรีบตั้งหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับระบบป้องกันน้ำท่วมภายในโครงการ หากผู้ที่ต้องซื้อบ้านใหม่และจำเป็นต้องอยู่ในย่านเดิมที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องระบบป้องกันน้ำท่วมของโครงการมากขึ้น
ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับลูกค้าส่วนใหญ่ ระบุว่า ถ้าพื้นที่นอกโครงการท่วม หรือภายในโครงการอาจจะท่วม แต่ตัวบ้านไม่ท่วมก็ยังพอรับได้ เพราะความเสียหายน้อยกว่าน้ำท่วมถึงตัวบ้าน ซึ่งมั่นใจว่าโครงการใหม่นับจากนี้จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น
นอกจากนี้ การบริหารจัดการดูแลลูกค้าในช่วงวิกฤตยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ และลดแรงบีบคั้นที่จะขายบ้านทิ้ง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ หลังน้ำลด เช่น การประสานกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน หาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในการซ่อมแซมบ้าน เจรจากับพันธมิตรวัสดุก่อสร้างในการหาวัสดุราคาถูก และหาผู้รับเหมาเข้ามาปรับปรุงบ้าน ซึ่งจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของลูกค้าได้ส่วนหนึ่ง
ขณะที่ความรู้สึกต่อทำเลต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ บิ๊กอสังหาริมทรัพย์ ยอมรับว่าคงมีบางทำเลที่ลูกค้าต้องตัดใจไม่ซื้อเลย แต่บางทำเลที่ภาครัฐได้เข้าไปลงทุนระบบรถไฟฟ้าแล้ว เช่น สายสีม่วง บางซื่อ-บางบัวทอง และสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต เชื่อว่ารัฐจะต้องเข้าไปฟื้นฟูและวางระบบป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจะมีส่วนสำคัญให้ทำเลเหล่านี้ฟื้นตัวกลับมา และจะไม่ตายไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้
“คาดว่าโซนรัตนาธิเบศร์ วัชรพล และรังสิต จะฟื้นตัวกลับมาก่อน แต่ตลาดบ้านหรูมีโอกาสจะซึมยาว เพราะกลุ่มนี้มีบ้านอยู่แล้ว อาจจะรอประเมินก่อนว่าปีหน้าจะท่วมหนักอีกหรือไม่” ชายนิด กล่าว
ด้าน วสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ ประเมินว่า คงกระทบต่อราคาที่ดินไม่เกิน 10% แต่หากปีหน้าเกิดน้ำท่วมหนักอีก คาดว่าจะทุบลงหนักกว่าที่คาดการณ์ไว้ครั้งนี้ โดยราคาที่ดินติดถนนใหญ่โซนบางใหญ่และบางบัวทอง ในรอบปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7 หมื่นบาทต่อตารางวา และหากยิ่งใกล้ศูนย์ราชการราคาจะยิ่งสูงถึง 8 หมื่น-1 แสนบาทต่อตารางวา แต่ถ้าเป็นที่ดินในซอยจะไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อตารางวา
ไม่เพียงแต่กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคเท่านั้น ที่ยังเชื่อมั่นกับทำเลเหล่านี้ แต่บิ๊กอสังหาริมทรัพย์ เกือบทุกรายยังมั่นใจที่จะปักธงรบบนทำเลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ต่อไป ด้วยความหวังว่ามนต์ขลังแห่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะปลุกให้โซนตะวันตกคืนชีพกลับมา







