
นิคมไฮเทคขอขึ้นค่าส่วนกลางเท่าตัว
ผู้พัฒนานิคมไฮเทคฯขอขึ้นค่าส่วนกลาง 1 เท่าตัวระยะเวลา 12-15 ปี หลังต้องลงทุนสร้างคันกั้นน้ำถาวร ด้านกนอ.เผยเพิ่มค่าส่วนกลางต้องผ่านบอร์ดและต้องขึ้นอย่างเป็นธรรม
ผู้พัฒนานิคมไฮเทคฯขอขึ้นค่าส่วนกลาง 1 เท่าตัวระยะเวลา 12-15 ปี หลังต้องลงทุนสร้างคันกั้นน้ำถาวร ด้านกนอ.เผยเพิ่มค่าส่วนกลางต้องผ่านบอร์ดและต้องขึ้นอย่างเป็นธรรม
นายทวิช เตชะนาวากุล กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยอินดัสเตรียล เอสเตท ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยภายในงาน “คืนสู่การผลิตภาคอุตสาหกรรม” ว่า ผู้พัฒนานิคมฯ ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการให้ผู้พัฒนานิคมฯ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ต้องลงทุนสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวร สามารถปรับเพิ่มการเก็บค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นได้ โดยทางนิคมฯไฮเทคจะเก็บเพิ่มอีก 1,000 – 1,500 บาทต่อไร่ต่อเดือน จากเดิมที่เก็บอยู่ 900-1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน เพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของผู้พัฒนานิคมฯ โดยจะจัดเก็บเป็นระยะเวลา 12-15 ปี ให้ชำระหนี้หมดแล้วจะลดมาเก็บในอัตราเดิม
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้พัฒนานิคมฯจำเป็นต้องสร้างคันกั้นน้ำถาวร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบให้เหมาะสม ความสูงเฉลี่ย 5.40 เมตร มูลค่าการลงทุน 20-30 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ระยะทางรวม 11 กิโลเมตร โดยมีแผนจะกู้เงินจากธนาคารออมสิน แต่หากนิคมฯไม่มีรายได้ในอนาคตที่เพียงพอ ความสามารถในการชำระหนี้จะน้อยลง ทำให้ธนาคารอาจไม่อนุมัติเงินกู้ให้ก็เป็นไปได้
**“ทุกนิคมฯคงไม่ได้เตรียมเงินไว้สำหรับสร้างเขื่อนถาวร และคงต้องขอกู้เงินจากภาครัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ รัฐบาลก็ควรมีมาตรการเข้ามาสนับสนุน ซึ่งผู้ประกอบการก็พร้อมให้การสนับสนุน” นายทวิช กล่าว
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า การเพิ่มอัตราการจัดเก็บค่าบำรุงรักษาในส่วนของนิคมฯ ที่อยู่ในความดูแลของกนอ. จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกนอ. (บอร์ดกนอ.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยจะพิจารณาตามเงินที่ใช้ลงทุน และต้องจัดเก็บด้วยความเป็นธรรม
นายมาซารุ อารายามะ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท แคนนอน ไฮเทค (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมบริษัทได้โอนสายการผลิตปริ๊นเตอร์ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคไปยังประเทศเวียดนาม และจังหวัดนครราชสีมาเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาการผลิตและยอดขายไม่ให้ตกลง ส่วนการจะโยกการผลิตกลับมาหรือไม่นั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอดูมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจวางธุรกิจว่าจะกระจายความเสี่ยงไปยังที่อื่นหรือไม่
นายเย็บ ซู ชวน ประธานบริษัทอาปิโก้ ไฮเทค ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลขยายสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลออกไปอีก 8 ปี จากเดิมที่ให้นักลงทุน 8 ปี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอเพื่อเป็นการช่วยเหลือโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยระบุมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวแล้วและนักลงทุนทั่วโลกมีการรับรู้มาตรการไปแล้ว หากไม่อนุมัติเชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนผิดหวังอย่างมาก และสำหรับนักลงทุนมาตรการดังกล่าวถือว่าสำคัญที่สุดแล้ว







