
ปล่อยกู้ได้เกิน5เท่า
เลิกคุม‘สินเชื่อบุคคล-รูดปรื๊ด’ธปท.ผ่อนผันให้คนมีเงินมากขึ้น
เลิกคุม‘สินเชื่อบุคคล-รูดปรื๊ด’ธปท.ผ่อนผันให้คนมีเงินมากขึ้น
ธปท.เปิดกว้างให้ธนาคารนันแบงก์ให้กู้สินเชื่อเงินสดยันบัตรเครดิตได้สูงเกินกว่า 5 เท่าของรายได้ ช่วยให้มีเงินไปฟื้นฟู ป้องกันลูกค้าหนีไปกู้นอกระบบ
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศถึงธนาคารพาณิชย์และบริษัทที่ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ว่า ธปท.อนุมัติให้ผู้ประกอบการสามารถปล่อยกู้สำหรับสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตได้ในวงเงินที่เกินกว่า 5 เท่าของรายได้
ประกาศฉบับนี้ ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลูกค้าผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมที่ต้องการนำเงินไปฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือการดำรงชีพได้มากขึ้น หลังจากน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงกว้าง
ทั้งนี้ การผ่อนผันดังกล่าว ธปท.ได้เปิดให้ธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ปล่อยกู้ในวงเงินเกินเกณฑ์ได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2555 เท่านั้น
สำหรับการพิจารณาสินเชื่อจะเป็นเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของลูกหนี้ และต้องทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเพียงพอต่อลูกหนี้ และต้องแจ้งรายละเอียดตารางการชำระหนี้ ภาระหนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกหนี้ในอนาคต พร้อมข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ด้วย
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า การเปิดให้ผู้ประกอบการทั้งธนาคารและนันแบงก์ปล่อยกู้ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้เกินเพดาน 5 เท่าของรายได้นั้น เพื่อต้องการช่วยลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพราะถ้ายังกำหนดไว้เท่าเดิมที่ 5 เท่า ธนาคารและนันแบงก์อาจจะไม่พิจารณาปล่อยกู้ให้ลูกค้าเพิ่มเติม เพราะกลัวผิดเกณฑ์ ทั้งๆ ที่ลูกค้ามีความสามารถในการชำระคืน
อย่างไรก็ตาม ประกาศเหล่านี้จะไม่บังคับผู้ประกอบการแต่ละรายว่าจะให้กู้เพิ่มหรือไม่ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับธนาคารและนันแบงก์จะพิจารณา เพราะรู้จักศักยภาพลูกค้าตัวเองดีอยู่แล้ว แต่เกณฑ์โดยรวมต้องเปิดกว้างให้ทำได้ ให้ผู้ประกอบการทำงานได้คล่องตัวมากขึ้นเฉพาะในช่วงฟื้นฟูน้ำท่วม
“เรากลัวลูกค้าของกลุ่มนันแบงก์จะหนีไปพึ่งหนี้นอกระบบ ถ้าหากเขาเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน เพราะในการฟื้นฟูต้องใช้เงินพอสมควร จึงต้องเปิดให้ปล่อยกู้เพิ่มจากเดิมได้ หากลูกหนี้ยังมีความสามารถในการผ่อนชำระคืน” แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผย
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ออกประกาศผ่อนผันให้สถาบันการเงินทุกแห่งเปิดให้ลูกค้าน้ำท่วมผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 10% ของยอดหนี้ได้ โดยเปิดให้ทำได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2555 และเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ธปท.เปิดให้สถาบันการเงินผ่อนผันให้ลูกค้าชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้นาน 612 เดือน และสามารถให้กู้แก่ลูกหนี้เพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมด้วยอัตราดอเบี้ยต่ำพิเศษได้ โดยที่ไม่ต้องจัดชั้นลูกหนี้เหล่านี้เป็นลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหรือลูกหนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ ที่ต้องมีภาระกันสำรองหนี้เสียเพิ่มแต่อย่างใด
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การที่ ธปท.ผ่อนเกณฑ์การปล่อยกู้ให้กับลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของธนาคารได้มากกว่า 5 เท่า จะช่วยคลายความกังวลเรื่องการทำผิดเกณฑ์ของสถาบันการเงินได้ อย่างไรก็ตามมองว่ามาตรการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนันแบงก์ที่มีผลิตภัณฑ์จำกัดให้สามารถปล่อยกู้ได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะปล่อยกู้ไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีลูกค้าของธนาคารที่ต้องการวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากปกติอยู่ในหลักพันล้านบาท
“ตอนนี้ได้ขยายวงเงินกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตเป็น 4 เท่าของรายได้ เมื่อมีมาตรการนี้เข้ามาเราก็สบายใจมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดกฎ อย่างไรก็ดีธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้ตามเครดิตของลูกค้าแต่ละรายอยู่ดี เพราะสินเชื่อประเภทนี้เป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกันที่มีความเสี่ยง เราจะปล่อยกู้ตามความต้องการจริงเท่านั้น” นายชาติชาย กล่าว







