
ชงซื้อ‘เมล์เอ็นจีวี’
สุกำพลลดจำนวนเหลือแค่3พันคันลั่นใช้วงเงินไม่เกิน2หมื่นล้านบาท
สุกำพลลดจำนวนเหลือแค่3พันคันลั่นใช้วงเงินไม่เกิน2หมื่นล้านบาท
สุกำพล ปรับลดจำนวนรถเมล์เอ็นจีวี เหลือซื้อไม่เกิน 3,000 คัน งบไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ไม่รวมค่าซ่อม เร่งถกคลังชงเข้า ครม. ธ.ค.นี้ สั่งรักษาการปลัดฯ ถกคลังเร่งรัดนำโครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีเสนอครม. ในเดือนธ.ค.นี้
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคมเปิดเผย ในการประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยราชการกระทรวงคมนาคม ว่า ได้สั่งการให้นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยจะดำเนินการเรื่องเร่งด่วน คือ โครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งจะเร่งรัดให้มีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ธ.ค.นี้
โครงการรถเมล์เอ็นจีวีจะปรับรูปแบบเป็นการจัดซื้อเพียงอย่างเดียว ประมาณ 3,000 กว่าคัน ปรับลดวงเงินเหลือไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท โดยไม่รวมค่าซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นงบประมาณที่ลดลงจากโครงการรัฐบาลชุดก่อนที่กำหนดวงเงินไว้สูงถึง 6.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการจัดซื้อรถร้อนมากขึ้น ส่วนโครงการเร่งด่วนถัดไป คือ รถไฟความเร็วสูงและเซ็นสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย
“เดี๋ยวผมจะทำให้ดู การจัดหารถเมล์เอ็นจีวีไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลงจากรัฐบาลเดิมมาก และระบบการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีก็จะเปลี่ยนไปจากเช่าซื้อเป็นซื้ออย่างเดียว ซึ่งที่ต้องเร่งโครงการนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ค้างมานานแล้ว และโครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
นอกจากนี้ จะพิจารณาแนวทางหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้ดำเนินนโยบายของกระทรวงคมนาคมตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ เนื่องจากแต่ละโครงการต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก โดยอาจพิจารณาแนวทางการหาเงิน ทั้งขอกู้เงิน หรือใช้ระบบการทำการค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้า (บาร์เตอร์เทรด)
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้รถเมล์ ขสมก.ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันมีสภาพรถที่เก่าและทรุดโทรมมาก จึงต้องจัดหารถใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่ง ขสมก.ได้ศึกษาแนวทางเบื้องต้นและตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอขออนุมัติจากบอร์ด ขสมก. ก่อนที่จะเสนอมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อนำเสนอ ครม.โดยเร็วที่สุด
“เรื่องนี้ล่าช้ามานานแล้ว เพราะมีความพยายามที่จะผลักดันมาหลายยุคหลายสมัย แต่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นในยุคนี้จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญต้องทำให้โปร่งใส เพราะเป็นโครงการที่ถูกจับตามองกันมาก คาดว่าวงเงินจะไม่สูงเหมือนที่ทำกันมาอย่างแน่นอน” พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดวิกฤตน้ำท่วม ทำให้รู้ว่า ขสมก.จำเป็นจะต้องมีรถเมล์เป็นของตัวเอง เพราะหากไม่มีรถเองจะไม่สามารถจัดสรรรถเข้าไปช่วยกู้วิกฤตน้ำท่วมได้ เพราะไม่สามารถที่จะไปสั่งรถร่วมฯ ได้ โดยเรื่องนี้ได้ให้นโยบายบอร์ด ขสมก.ไปแล้วว่า ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและทำให้มีความชัดเจนมากที่สุด







