
เที่ยวนอกซบปีนี้รายได้วูบ2หมื่นล.
ทีทีเอเอ เซ็งคนไทยงดเที่ยวนอกช่วงไฮซีซัน ยอดวูบ 40% คาดทั้งปีเดินทางเต็มที่ 5.4 ล้านคน
ทีทีเอเอ เซ็งคนไทยงดเที่ยวนอกช่วงไฮซีซัน ยอดวูบ 40% คาดทั้งปีเดินทางเต็มที่ 5.4 ล้านคน
จากเป้า 5.8 ล้านคน พลาดรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท เล็งโหมเที่ยวผ่านงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก เชื่อปีหน้าคึกรับรัฐอัดฉีดเศรษฐกิจ ต่างชาติอัดแพ็กเกจหนัก
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศของคนไทยช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค. 2555 ลดลงกว่า 40% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกลุ่มที่มีกำลังซื้อและนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในภาวะซบเซาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะลดราคาแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษจูงใจ
ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้ยอดการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศตลอดปี 2554 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% เหลือเพียง 5.4 ล้านคน เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ที่ 5.8 ล้านคน สูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ จำนวน 2.6 แสนล้านบาท เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการเกิดวิกฤตทางการเมืองในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สมาคมเตรียมกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวต่างประเทศอีกครั้ง ผ่านการจัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ช่วงปลายเดือน ก.พ.ปีหน้า ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมการจัดงานในลักษณะเดียวกันที่ จ.เชียงใหม่ อุดรธานี และภูเก็ต ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้ผู้ประกอบการจะร่วมลด แลก แจก แถมอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นบรรยากาศท่องเที่ยว
“ผมมั่นใจว่าหลังปีใหม่คนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างคึกคัก เพราะธรรมชาติแล้วจะเศร้าไม่นาน และมีการปรับตัวที่ดี ในปีหน้าภาครัฐจะมีนโยบายต่างๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ในประเทศการใช้จ่ายจะสะพัดอีกครั้ง ภายหลังมีการซ่อมแซมบ้านเรือนแล้วเสร็จ” นายเจริญ กล่าว
นอกจากนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ เช่น นิวซีแลนด์ ไต้หวัน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศแถบยุโรป ฯลฯ ได้เข้ามาจัดรายการส่งเสริมการขาย การอำนวยความสะดวกการยื่นวีซ่าเข้าประเทศให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากปัจจัยบวกดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปีหน้าเติบโตกว่า 15% จำนวน 5.8-5.9 ล้านคน รายได้ 3 แสนล้านบาท โดยเส้นทางที่จะได้รับความนิยมคือ เส้นทางแถบยุโรปและสหรัฐเพราะปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโร และสหรัฐอเมริกา







