
รัฐหยุดภาษีดันกำไรอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส1พุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— มองข้ามช็อตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกปี 2553 กำไรกระฉูด คนเร่งซื้อเร่งโอนหลังรัฐไม่ต่อภาษี LHQH แจ่มสุดเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา การซื้อขายหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ผันผวน ช่วงเช้ามีแรงซื้อเก็งกำไรว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมติต่อมาตรการภาษีให้ จากที่จะครบกำหนดวันที่ 28 มี.ค. ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวขึ้น แต่ช่วงบ่าย เมื่อผลออกมาว่ารัฐไม่ต่อมาตรการภาษีให้อีกต่อไป ส่งผลให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลง และทำให้ดัชนีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างปิดที่ 60.48 จุด เพิ่มขึ้น 0.59 จุด หรือ 0.99% ด้วยมูลค่าการซื้อขายถึง 2,623.53 ล้านบาท
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นอสังหาริมทรัพย์แข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้ก่อนเปิดตลาดช่วงบ่ายคาดว่าหุ้นกลุ่มนี้อาจจะปรับตัวลงหลังรัฐไม่ต่อมาตรการภาษีให้ แต่ราคาหุ้นกลับทรงตัวได้ น่าจะเป็นเพราะคงจะไม่เห็นนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นอสังหาริมทรัพย์ลงแต่อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ในการคาดการณ์กำไรไม่ได้นำเรื่องมาตรการภาษีเข้าไปคำนวณ
นอกจากนี้ ในงวดไตรมาสแรกปีนี้คาดว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะมีกำไรที่เติบโตขึ้นโดดเด่นมากจากการที่ประชาชนจะเร่งซื้อและเร่งโอนเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และคาดว่าบริษัทที่ได้รับผลดีมากสุดคือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ที่มีบ้านสร้างเสร็จก่อนขายในมืออยู่แล้ว
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ยอมรับว่าไตรมาสแรกปีนี้กำไรน่าจะเติบโตมากกว่าช่วงปกติขึ้นอย่างแน่นอนจากผลที่รัฐไม่ต่อมาตรการภาษีและบริษัทมีบ้านพร้อมขายในมือประมาณ 500600 ยูนิต ซึ่งมีระดับราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 47 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งผลของการเร่งซื้อและเร่งโอนของลูกค้าก็จะหนุนให้กำไรโตขึ้นแน่นอน
สำหรับไตรมาสถัดไปก็อาจจะอ่อนตัวลง และในทางกลับกันตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปลูกค้าก็จะต้องซื้อบ้านในราคาที่แพงขึ้นเพราะผู้ประกอบการอั้นราคาไว้นาน
“
แม้ไม่มีมาตรการภาษีแต่เชื่อว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตที่ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น” นายอดิศร กล่าว






