
กลุ่มธนาคารยังน่าลงทุนอย่างมาก
...เจียรนัย อุตะมะ
นักวิเคราะห์คงคำแนะนำ
“ลงทุนมากกว่าตลาด” สำหรับกลุ่มธนาคาร ภายหลังตัวเลขการเติบโตสินเชื่อเดือน ม.ค. 2553 ออกมาอ่อนตัวตามฤดูกาลนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า โดยปกติเดือน ม.ค. จะเป็นช่วงสินเชื่ออ่อนตัว โดยรวมแล้วยังคาดว่าธนาคารที่ทำการศึกษาจะรายงานสินเชื่อขยายตัว 6.5% ในปี 2553 เทียบกับ 1.1% ในปี 2552 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นอกจากนั้น ยังคาดว่าส่วนต่างดอกเบี้ยจะเพิ่มกว่า 0.15% เทียบกับ ลบ 0.33% ในปี 2552 และคาดว่ารายรับค่าธรรมเนียมจะขยายตัวกว่า 16% เทียบกับ 13% ในปี 2552
“
เราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองต่อหนี้เสีย (Credit Cost) จะลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานจะขยายตัวกว่า 16% เทียบกับ ลบ 5.2% ในปี 2552”ดังนั้น บล.เคจีไอ ยังคงให้น้ำหนัก
“มากกว่าตลาด” โดยมีธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นเด่น ความเสี่ยงในระยะสั้นยังอยู่ที่ปัจจัยการเมืองเป็นหลักด้านสถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI) ยังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารมากกว่าตลาดเช่นกัน โดยให้ความเห็นว่า การปรับตัวลดลงของสินเชื่อเป็นไปตามวงจรธุรกิจปกติและคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อในปี 2553 ในกรอบ 7
–10% จะยังมีความเป็นไปได้SCRI ยังเลือกให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นหุ้นที่แนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุดของกลุ่ม และแนะนำ
“ซื้อ” ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ BBL ส่วนธนาคารทหารไทย (TMB) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”สถานการณ์ของสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งในเดือน ม.ค. 2553 อ่อนตัวลงจากเดือน ธ.ค. 2552 เล็กน้อย โดยเงินฝากปรับลดลง 0.8% จาก ธ.ค. 2552 เป็น 6.09 ล้านล้านบาท (ลดลง 4.9 หมื่นล้านบาท) และสินเชื่อลดลง 0.6% จาก ธ.ค. 2552 เป็น 5.67 ล้านล้านบาท (ลดลง 3.2 หมื่นล้านบาท) การลดลงของสินเชื่อในช่วงต้นปีถือว่าเป็นเรื่องปกติของวงจรธุรกิจ เนื่องจากมีการใช้เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเป็นเงินหมุนเวียนระยะสั้นเพิ่มมากในช่วงปลายปีก่อน
ทั้งนี้ สินเชื่อของธนาคารขนาดเล็กยังขยายตัวเป็นบวกจากเดือนก่อนหน้าทุกแห่ง โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5% จาก ธ.ค. 2552 สะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคารเหล่านี้ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
KTB การขยายตัวของสินเชื่อดีที่สุด เป็นธนาคารพาณิชย์เพียงแห่งเดียวในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ยังสามารถขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้น 1% จาก ธ.ค. 2552 เป็น 1.09 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวเป็นบวก จาก ธ.ค. 2552 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 เฉลี่ยประมาณ 1% ต่อเดือน หรือประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อเดือน
SCRI คาดว่าเป็นผลจากที่ธนาคารเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในปี 2553
KTB ตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อสุทธิในกรอบ 6
–7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท เป็น 1.15 ล้านล้านบาทสินเชื่อของ TMB และ SCB ลดลงมากที่สุด TMB เป็นธนาคารที่มีสินเชื่อลดลงมากที่สุดถึง 3% จาก ธ.ค. 2552 หลังจากที่ใน ธ.ค. 2552 ทำสถิติการปรับเพิ่มขึ้น 2.9% จาก ธ.ค. สูงที่สุดในรอบปี 2552
ทั้งนี้ TMB ตั้งเป้าสินเชื่อของปี 2553 จะให้ขยายตัว 8
–10% หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นกลุ่มสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่มากที่สุดสำหรับธนาคารที่มีสินเชื่อลดลงมากที่สุดเป็นอันดับรองลงมาเป็น SCB ที่ลดลง 2.2% จาก ธ.ค. 2552 มากกว่า KBANK ที่ลดลง 1% จาก ธ.ค. 2552 ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากฐานสินเชื่อในเดือน ธ.ค. ที่สูงขึ้นมาก
ธนาคารเล็กโตจากสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทิสโก้ (TISCO) เป็นธนาคารที่มีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อสูงที่สุดในเดือน ม.ค. 2553 ที่ 4.2% จาก ธ.ค. หลังจากที่สินเชื่อติดลบ 6.8% ในเดือน ธ.ค.
ส่วนธนาคารธนชาต (TBANK) และธนาคารเกียรตินาคิน (KK) ต่างก็มีการขยายฐานสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 0.5% และ 1.1% ตามลำดับ
SCRI ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อยังเป็นอานิสงส์จากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จากยอดขายรถยนต์ที่โตโยต้ารายงานว่าเพิ่มขึ้นอีก 49,560 คัน ทั้งจากรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ
ทั้งนี้ SCRI คาดยอดขายรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกปี 2553 จะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เริ่มปรับดีขึ้น และฐานยอดขายที่ต่ำในปีก่อน โดยคาดว่ายอดขายรถปิกอัพ 1 ตันจะกลับมาเติบโตเพราะได้รับประโยชน์จากโครงการไทยเข้มแข็งและราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว ทำให้สินเชื่อเช่าซื้อจากกลุ่มรถปิกอัพน่าจะฟื้นตัวดีกว่าปีก่อน







