
ปตท.รุกเอ็นจีวีรับขึ้นราคา
หวังแก้ปัญหารอคิวเติมนานควัก980ล้านเร่งขยายใน2ปี
หวังแก้ปัญหารอคิวเติมนานควัก980ล้านเร่งขยายใน2ปี
ปตท.เปิดแผนลงทุนเอ็นจีวีระยะสั้น รองรับปรับราคาปีหน้า ลงเพิ่ม 980 ล้านบาท
นายพีระพงษ์ อัจฉริยชีวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการ ปตท.ได้อนุมัติแผนลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ระยะสั้น ปี 2555-2556 โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 980 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีหลักจ่ายก๊าซและปั๊มเอ็นจีวี รวมทั้งการปรับแผนการจ่ายก๊าซให้สอดคล้องระหว่างสถานีหลักกับปั๊มปกติทั่วไป ซึ่งเป็นการดำเนินการรองรับการปรับราคาขายปลีกเอ็นจีวีในปี 2555
สำหรับแผนการลงทุนเอ็นจีวีระยะสั้น แบ่งเป็นการลงทุนช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2555 วงเงิน 650 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการจ่ายก๊าซอีก 900 ตัน/วัน โดยจะเพิ่มจำนวนปั๊มเอ็นจีวีจากปัจจุบัน 461 แห่ง เป็น 500 แห่ง รวมทั้งปรับขยายการรับจ่ายของสถานีหลักที่มีอยู่ให้มากขึ้น
นอกจากนี้ จะใช้เงินลงทุน 250 ล้านบาท เพื่อสร้างสถานีหลักจ่ายก๊าซ 4 แห่ง คือ ลานกระบือ จะนะ น้ำพอง และเทพารักษ์ เพื่อเป็นจุดจ่ายก๊าซในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนเงินลงทุนอีก 80 ล้านบาท จะใช้ต้นปี 2556 เป็นงบสำหรับใช้ช่วงรอยต่อแต่ละโครงการ
ที่ผ่านมาการให้บริการเอ็นจีวีมี ปัญหาเรื่องล่าช้า เนื่องจากความไม่สมดุลระหว่างสถานีหลักจ่ายก๊าซกับปั๊ม เพราะทำเลที่ตั้งของสถานีหลักที่อยู่ตามแนวท่อทั้ง 8 แห่ง มีความสามารถในการจ่ายก๊าซได้ 4,000 ตัน/วัน อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล หากจะมีการจ่ายก๊าซไปยังปั๊มเอ็นจีวีที่มีอยู่ 461 แห่ง ซึ่งรับก๊าซได้วันละ 9,000 ตัน ในขณะที่ความต้องการใช้เอ็นจีวีเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 7,000 ตัน
“คงต้องปรับการรับจ่ายก๊าซระหว่างสถานีหลักหรือสถานีแม่กับปั๊มให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพราะปัจจุบัน ปตท.ใช้การจ่ายจากสถานีแม่แค่ 49% เท่านั้น ต่อไปจะต้องเพิ่มจำนวนสถานีแม่และปั๊มให้ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ใช้กำลังการจ่ายให้คุ้มกับการลงทุน ขณะเดียวกันนโยบายภาครัฐที่อนุมัติให้ ปตท.ทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี ทำให้สามารถปรับปรุงการให้บริการเอ็นจีวีได้ดีขึ้น จากที่ผ่านมาต้องแบกรับภาระต้นทุน ราคาถึงปีละ 1 หมื่นล้านบาท ” นายพีระพงษ์ กล่าว
นายพีระพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการฟื้นฟูปั๊มเอ็นจีวีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า ขณะนี้สถานีหลักได้กลับมาเปิดให้บริการแล้ว 7 แห่ง เหลืออีก 1 แห่งที่ย่านรังสิต ที่ยังมีน้ำท่วมขังถนนอยู่ ส่วนปั๊มเอ็นจีวียังปิดให้การบริการอยู่ 51 แห่ง ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้ประเมินเป็นจำนวนเงิน แต่ไม่มากนัก แต่จะเสียรายได้จากการจำหน่ายเอ็นจีวีมากกว่า







