posttoday
สวิฟท์ อรุณรุ่งของซูซูกกิ

สวิฟท์ อรุณรุ่งของซูซูกกิ

24 กุมภาพันธ์ 2553

...นิธิ ท้วมประถม

ซูซูกิ ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีของแฟนๆ รถยนต์เมืองไทย เพราะซูซูกิเองสร้างชื่อเสียงไว้มากมายกับรถยนต์หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ซูซูกิ คาริเบียน สุดยอดรถออฟโรดขนาดเล็ก แต่คุณภาพคับแก้ว ซูซูกิ วิทาร่า รถเอสยูวี สไตล์ดุดัน ไม่คุณหนูเหมือนกับ ฮอนด้า ซีอาร์วี หรือ ซูซูกิ เอพีวี รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่มีเครื่องยนต์แค่ 1,600 ซีซี และซูซูกิ แครี่ รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก 2 ประตู ขนาดเล็กที่ยังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

และด้วยกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนไป ทำให้ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กระโดดเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยตัวเอง แทนที่ กลุ่มพรประภา ที่ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทยมานานหลายสิบปี ต้องกลับกลายสภาพบทบาทเหลือเพียงดีลเลอร์ขนาดใหญ่เท่านั้น

บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) หรือ SSA คือชื่อของบริษัทที่รับผิดชอบการทำตลาดและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีบริษัทแม่คือ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ยืนเป็นกำแพงคอยระวังหลังในทุกรูปแบบ

และก่อนที่จะเปิดตัว ซูซูกิ อีโคคาร์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ช่วงนี้ซูซูกิก็จำเป็นต้องสร้างฐานทางการตลาดปูทางไว้รองรับอีโคคาร์ในอนาคตด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ “น่าจะ” สร้างตลาดได้ง่ายและเร็วที่สุด ทำให้ซูซูกิตัดสินใจนำเข้า ซูซูกิ สวิฟท์ รถยนต์ซับคอมแพ็ก เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี จากประเทศอินโดนีเซีย โดยอาศัยเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา โดยเสียภาษีนำเข้า 0%

สำหรับรูปร่างหน้าตาของ ซูซูกิ สวิฟท์ ที่ออกมาในลักษณะเป็นรูปกล่อง แต่เป็นกล่องที่ “ดูดี” ใช้ได้ครับ ดูน่ารักดี กับด้านหน้าช่วงสั้นๆ ส่วนด้านหลังตัดๆ ตามสไตล์รถแฮตช์แบ็ก หรือ 5 ประตู ถือว่ารูปร่างหน้าตาของสวิฟท์นั้นไม่หวือหวาเหมือนกับคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า แจ๊ซ และโตโยต้ายาริส แต่ก็ลงตัวไปอีกแบบครับ ดูเรียบๆ ดี

เดินดูรอบๆ รถเห็นตัวอักษรสีเงิน VVT ติดไว้ที่ด้านข้างตัวรถ นั่นหมายความว่า เจ้าซูซูกิ สวิฟท์ ตัวนี้ใช้เทคโนโลยี Variable Valve Timing อะฮ้า... ทันสมัยไม่ด้อยไปกว่าคู่แข่ง

จะเข้าไปในตัวรถไม่ต้องกดรีโมตให้เสียเวลา เพราะ Wave Key ที่เพียงแค่พกรีโมตรถยนต์ไว้ แล้วกดปุ่มเล็กๆ ที่ด้านจับประตู ล็อกรถก็จะปลดทันที แต่จะปลดเฉพาะประตูด้านคนขับนะครับ แต่หากต้องการให้ปลดล็อกประตูทุกบานต้องกดปุ่ม 2 ครั้งครับ ซึ่งถือว่าสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่อย่างมากหากต้อง กลับขึ้นรถคนเดียวในลานจอดรถมืดๆ หรือในที่เปลี่ยว ถ้าปลดล็อกประตูทีเดียวทั้ง 4 บานละก็ อันตรายครับ

เปิดประตูได้แล้วขึ้นรถเข้ามานั่งประจำที่คนขับ บิดก้านควบคุมการสตาร์ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ คอนโซลและภายในของสวิฟท์แบบเต็มๆ ตาเสียหน่อย ซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่าไม่ขี้เหร่เลย

เบาะนั่งที่แม้ว่าจะไม่หนานุ่มเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่ากระชับตัวใช้ได้ พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันที่ควบคุมเครื่องเสียงได้อย่างครบถ้วน ส่วนมาตรวัดก็กระจ่างตาดีครับ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เบือนหน้าไปทางขวาดูระบบเครื่องเสียงก็พบว่า รูปร่างหน้าตาเฉี่ยวนิดๆ สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3 และ WMA ได้อย่างสบายใจ แต่ผมยังไม่เห็นช่อง AUX สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3 อื่นๆ

อ่ะ แต่เมื่อมองไปด้านบนของคอนโซลกลาง ก็เห็นจอแอลซีดีเป็นแนวขวางเล็กๆ ที่เป็นมาตรบอกอุณหภูมิภายนอก เวลา และที่สำคัญคือ มีตัวเลขบอกอัตราการสิ้นเปลืองแบบเป็นตัวเลขให้เห็นด้วย แจ่มครับ

เหลือบมองด้านล่างคอนโซลกลาง เห็นระบบปรับอากาศก็ต้องสะดุดตากับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าแจ่มครับ เพราะระบบนี้คู่แข่งไม่มีแน่ๆ

สตาร์ตรถเรียบร้อย เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์มาเป็นเกียร์ D เครื่องยนต์รหัส M15A แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 133 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแน่นอนใช้เทคโนโลยี Variable Valve Timing (VVT) กดคันเร่งลงไป เจ้าสวิฟท์พุ่งปรู๊ดออกไปทันที ไม่อืดอาดให้หงุดหงิดใจ

ยิ่งขับในเมืองอัตราเร่งของสวิฟท์ยิ่งแสดงจุดเด่นออกมาได้ดีใช้ได้ทีเดียว แม้ว่าอัตราเร่งในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลาง จะต้องกระแทกคันเร่งหนักหน่อย แต่ในความเร็วประมาณ 7080 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วต้องการเร่งแซงนั้นทำได้ดีมากๆ ครับ หลังติดเบาะได้ในระดับหนึ่ง

เครื่องยนต์นี้ขับในเมืองได้สนุกมากคันหนึ่งครับ กดเป็นแซง อย่างนี้ผมชอบ แต่หากขับแบบปกติ ชิล ชิล ก็ไปเรื่อยๆ ดีครับ มองมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองก็ต้องกะพริบตาหน่อย เพราะตอนวิ่งอยู่ที่ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบเท้านิ่งๆ ตัวเลขปรากฏอยู่ที่ 14.5 กิโลลิตร ว้าววววว

แต่น่าเสียดายที่น้ำมันที่ใช้นั้น สวิฟท์สามารถรองรับน้ำมันได้แค่ อี10 เท่านั้น ไม่สามารถเติม อี20 ได้ ซึ่งหากผมมีโอกาสอีกครั้งจะลองเติมแก๊สโซฮอล์ 91 กับ ซูซูกิ สวิฟท์ คันนี้ดูเสียหน่อย ดูสิว่าตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองจะเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะตัวเลขที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ครับ ถ้าตัวเลขเหมือนกันละก็ ขอยืนและปรบมือให้เลย

หันมาดูที่ ระบบช่วงล่างเสียหน่อย ช่วงล่างของสวิฟท์นั้นเกาะถนนดีใช้ได้ครับ หนึบพอสมควร ยิ่งเป็นรถท้ายสั้นอย่างนี้ด้วยแล้ว ยิ่งเกาะถนนไปใหญ่ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็ไว้ใจได้ครับ แต่อย่าลืมว่ารถเล็กๆ อย่างนี้ก็ไม่สมควรจะขับเร็วเท่าไหร่นัก แม้ว่าผมจะทำความเร็วได้มากกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ไม่แนะนำให้ท่านผู้อ่านใช้ความเร็วในขนาดนี้ครับ

การทรงตัวในระดับความเร็ว 120 กิโลเมตร ถือว่านิ่งใช้ได้ รวมไปถึงการเข้าโค้งยังทำได้แม่นยำ แต่หากเป็นความเร็วที่สูงมากกว่านี้แล้วต้องอาศัยความระมัดระวังหน่อยครับ

ช่วงล่างของสวิฟท์นั้นออกจะกระด้างหน่อยๆ ครับ ไม่ค่อยจะนุ่มนวล น่าจะทำให้ผู้โดยสารหัวสั่นหัวคลอนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก วงเลี้ยวแคบดีครับ กลับรถในถนนแคบๆ ได้สบาย แถมเข้าจอดง่ายอีกด้วย ก็ขนาดตัวรถสั้นกว่า ฮอนด้า แจ๊ซ พอควร ดังนั้นการหาที่จอดรถย่านใจกลางเมืองไม่ลำบากอย่างที่คิด

แต่ที่น่าจะลำบากคือพื้นที่โดยสารช่วงหลังที่ค่อนข้างจะแคบและน่าอึดอัดไม่น้อย รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่แคบเลยครับ แคบแบบน่าเกลียดไปหน่อย และเป็นจุดด้อยหลักของสวิฟท์เลยก็ว่าได้ แม้ว่าเบาะหลังจะพับราบไปเพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระได้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร หากมีผู้โดยสารหลังนั่งอยู่

ระบบความปลอดภัยสวิฟท์สมน้ำสมเนื้อกับรถเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ไม่ว่าจะเป็นคานกันกระแทกด้านข้าง ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ทั้ง 4 ล้อ และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมระบบช่วยเบรก ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (SRS) และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

จะว่าไปแล้ว ทั้งหมดนี้สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ราคา ที่ไม่น่าเชื่อว่าซูซูกิจะทำได้คือ รุ่น GA เกียร์อัตโนมัติ ราคา 5.99 แสนบาท และรุ่น GL เกียร์อัตโนมัติ ราคา 6.49 แสนบาท (มีถุงลมนิรภัย และ ABS)

เห็นราคาเมื่อเทียบกับสมรรถนะและออปชันแล้ว บอกได้เลยว่า อรุณรุ่งของ ซูซูกิ มาถึงแล้วครับ !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท