posttoday
ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนต.ค.ติดลบ35%

ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนต.ค.ติดลบ35%

28 พฤศจิกายน 2554

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ติดลบ35.8% พบยานยนต์ อิเล็ทรอนิกส์ สิ่งทอ เจอผลกระทบมากสุด

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ติดลบ35.8% พบยานยนต์ อิเล็ทรอนิกส์ สิ่งทอ เจอผลกระทบมากสุด

นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนต.ค. 2554 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ระดับ 122.75 ลดลง 35.8% เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้ผู้ผลิตได้รับความเสียหายกันถ้วนหน้า โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 46.4% มีอุตสาหกรรมหลักที่ทำให้ค่าดัชนีติดลบติดลบ ประกอบด้วย ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ อิเล็กทรอนิกส์ แอร์-เครื่องปรับอากาศ และสิ่งทอ

ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนต.ค.ติดลบ35%

ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตลดลง 61.3% การจำหน่ายลดลง 56.1% จากปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้การส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์ของไทยติดลบ 16.2% ในเดือนต.ค. ซึ่งรุนแรงมากที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเป็นการลดลงในรถยนต์ทุกประเภท เนื่องจากโรงงานผลิตได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ หยุดผลิตเป็นการชั่วคราว 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ฯ หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. เริ่มผลิตอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 พ.ย.บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิลฯ หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. จากปัญหาน้ำท่วมโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันที่จะกลับมาเริ่มผลิตได้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์สฯ หยุดการตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. เริ่มผลิตอีกครั้ง 13 พ.ย. บริษัท ออโตอัลลายแอนซ์ฯ หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. เริ่มผลิตอีกครั้ง 14 พ.ย. บริษัท นิสสัน มอเตอร์ฯ หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. เริ่มผลิตอีกครั้ง 14 พ.ย. บริษัท อีซูซุฯ หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. จะเริ่มผลิตอีกครั้ง 28 พ.ย.

การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ การผลิตและจำหน่าย ลดลง  52.4%และ 48.2% ตามลำดับ เนื่องจากน้ำท่วมที่ท่วมนิคมอุตสาหกรรม และเป็นที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิตหลายราย โดยน้ำท่วมครั้งนี้ยังได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าไปทั่วโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกสู่ตลาดโลกมากกว่า 50% และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน

การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตและจำหน่าย ลดลง 45.5% และ 43.2% ตามลำดับ เนื่องจากน้ำท่วมโรงงานผลิตในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ผลกระทบครั้งนี้ ส่งผลให้แนวโน้มการผลิตและการจำหน่ายที่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 เปลี่ยนเป็นหดตัวลง และคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 เดือน ในการฟื้นฟูโรงงานต่างๆ ให้กลับมาทำการผลิตได้ตามปกติหลังน้ำลด

การผลิตเครื่องปรับอากาศ การผลิตและจำหน่าย ลดลง 42.2% และ 20.0% ตามลำดับ เพราะไม่สามารถขนส่งชิ้นส่วนในการผลิตได้ เนื่องจากโรงงานหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม

การผลิตสิ่งทอ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตและจำหน่ายลดลง 33.9% และ 36.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ประกอบกับโรงงานที่อยู่ในเขตพื้นที่น้ำท่วมไม่สามารถผลิตสินค้าได้ และโรงงานที่อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบด้านการขนส่ง จึงส่งผลต่อการผลิตและจำหน่ายที่ลดลง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน