
ต่างชาติขีดเส้น 3เดือน รับประกันภัยต่อ
แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากการเดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อเจรจากับบริษัทประกันภัยชั้นนำของโลก 13 บริษัท และลอยด์ ตลาดกลางการทำประกันภัยต่อลอนดอนให้ทำการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยของไทยเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยไทยต่อหรือไม่ ซึ่งทางลอยด์ยังไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ได้ให้เวลาฝ่ายไทยอีก 3-4 เดือน ถึงค่อยบินไปเจรจากันใหม่ เพื่อดูว่าแผนป้องกันน้ำท่วมมีความเป็นไปได้และชัดเจนแค่ไหน
แบงก์ช่วยลูกค้าซ่อมบ้าน
ล่าสุด บริษัท ซีซีอาร์ (Caisse Centrale De Reassurance) บริษัทรับประกันภัยต่อสัญชาติ ฝรั่งเศสที่เข้ามารับงานประกันต่อจากไทยรายใหญ่ที่สุด โดยมีลูกค้าเป็นบริษัทประกันภัยไทยกว่า 50% จาก 70 ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยในไทยว่า ได้ยกเลิกการรับประกันภัยในประเทศไทย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ทางบริษัท มิวนิครี ที่มีรับประกันต่อจากบริษัทประกันภัยไทย 13 บริษัท บริษัท สวิสรี มีลูกค้าที่เป็นบริษัทประกันภัยไทย 10-12 บริษัท ได้แจ้งลูกค้าว่า จะไม่มีการขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมในสัญญาปีต่อไป โดยทาง บริษัทรับประกันภัยต่อหรือไทยรี ก็ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยว่า ในสัญญาประกันภัยต่อในปี 2555 จะไม่ขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ให้มีผลวันที่ 1 ม.ค. 2555
ด้านภาคเอกชนนำโดยโดยนายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรี ออกมาระบุว่า ถึงตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป กรมธรรม์ประกันภัยน้ำท่วม ภัยพิบัติ และภัยอื่นๆ ในประเทศไทยจะมีการจ่ายเบี้ยประกันที่แพงขึ้นกว่าปัจจุบันอีก 13 เท่าตัว และมีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทประกันต่างประเทศจะลดวงเงินคุ้มครองลงมาจากเดิมให้การคุ้มครอง 100% อาจจะเหลือ 20-50% เท่านั้น
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้จับมือกับธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง เพื่อรับซ่อมบ้านให้กับลูกค้าของธนาคารภายใต้เงื่อนไขสินเชื่อพิเศษ โดยธนาคารกสิกรไทยให้วงเงินสูงสุดเท่ากับสินเชื่อที่ได้ผ่อนชำระมาแล้ว คิดดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ขณะที่ลูกค้าใหม่สามารถนำบ้านมาค้ำประกันเพื่อกู้ได้เช่นกัน โดยให้กู้สูงสุด 80% ของราคาประเมินคิดดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน
ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ได้ผ่อนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้มีน้ำหนักเพียง 35% จากเดิมที่ต้องกันสำรองสูงถึง 75% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ธนาคารสามารถลดดอกเบี้ยลงได้ถึง 1%
ส่วนธนาคารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้มีสินเชื่อพิเศษเช่นกัน ธนาคารกรุงไทย ให้ผ่อนชำระนานถึง 60 งวด และคิดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 1.75% ธนาคารกรุงเทพ จะคิดดอกเบี้ยปีแรกต่ำมากแค่ 5% ก่อนจะปรับเป็นดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ในปีถัดไป ลูกค้าสามารถผ่อนชำระสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้สูงสุด 5 ปี
เศรษฐกิจปีนี้โตเพียง 1.5%
ผลกระทบจากน้ำท่วมยังไม่จบ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3.54% โดยประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่เดือน ก.ย. สร้างความเสียหาย 23 แสนล้านบาท หรือ 8.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 4 ติดลบ 3.7% แม้ว่าในไตรมาส 3 ขยายตัว 3.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกและ 2 ที่เติบโตในอัตรา 3.2% และ 2.7% ตามลำดับ ส่งผลให้ 9 เดือนปีนี้ขยายตัว 3.1%
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2555 สศช.ประเมินว่าจะขยายตัวที่ 4.5-5.5% ซึ่งเป็นผลจากมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน และเช่น
ถนน สะพาน และการจ่ายเงิน
เยียวยาจากภาครัฐที่กระตุ้น
อุปสงค์ในประเทศ การลงทุนเครื่องจักรของภาคเอกชน
สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยจะเชื่องช้าลงในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2554 และจะซึมต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปีหน้า จากผลกระทบภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกแห่งใดปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทยเลย
30 พ.ย.นี้หนีไม่พ้นลดดอกเบี้ย
ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดย โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เห็นว่า กนง.ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ควรลดฮวบฮาบ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว
แม้ว่าภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจขณะนี้ยังดี จากการมีเงินทุนสำรองสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีหนี้สาธารณะเพียง 40% แต่ก็ควรเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น
นอกจากนี้ ปัญหาอุทกภัยจะส่งผลให้เศรษฐกิจในปีนี้เติบโตเพียง 1.3% จากความเสียหายที่รุนแรงในภาคการผลิต การค้า การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายเติบโตติดลบถึง 4%
แต่เศรษฐกิจในปีหน้าจะกลับมาเติบโตได้ที่ระดับ 45% เพราะน้ำท่วมจะส่งผลเพียงระยะสั้น ขณะที่สินเชื่อของธนาคารในปีหน้าคาดว่าจะ







