posttoday
ต่างชาติขีดเส้น 3เดือน รับประกันภัยต่อ

ต่างชาติขีดเส้น 3เดือน รับประกันภัยต่อ

27 พฤศจิกายน 2554

แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)

แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)

ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากการเดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อเจรจากับบริษัทประกันภัยชั้นนำของโลก 13 บริษัท และลอยด์ ตลาดกลางการทำประกันภัยต่อลอนดอนให้ทำการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยของไทยเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยไทยต่อหรือไม่ ซึ่งทางลอยด์ยังไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ได้ให้เวลาฝ่ายไทยอีก 3-4 เดือน ถึงค่อยบินไปเจรจากันใหม่ เพื่อดูว่าแผนป้องกันน้ำท่วมมีความเป็นไปได้และชัดเจนแค่ไหน

แบงก์ช่วยลูกค้าซ่อมบ้าน

ล่าสุด บริษัท ซีซีอาร์ (Caisse Centrale De Reassurance) บริษัทรับประกันภัยต่อสัญชาติ ฝรั่งเศสที่เข้ามารับงานประกันต่อจากไทยรายใหญ่ที่สุด โดยมีลูกค้าเป็นบริษัทประกันภัยไทยกว่า 50% จาก 70 ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยในไทยว่า ได้ยกเลิกการรับประกันภัยในประเทศไทย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ทางบริษัท มิวนิครี ที่มีรับประกันต่อจากบริษัทประกันภัยไทย 13 บริษัท บริษัท สวิสรี มีลูกค้าที่เป็นบริษัทประกันภัยไทย 10-12 บริษัท ได้แจ้งลูกค้าว่า จะไม่มีการขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมในสัญญาปีต่อไป โดยทาง บริษัทรับประกันภัยต่อหรือไทยรี ก็ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยว่า ในสัญญาประกันภัยต่อในปี 2555 จะไม่ขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ให้มีผลวันที่ 1 ม.ค. 2555

ด้านภาคเอกชนนำโดยโดยนายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรี ออกมาระบุว่า ถึงตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป กรมธรรม์ประกันภัยน้ำท่วม ภัยพิบัติ และภัยอื่นๆ ในประเทศไทยจะมีการจ่ายเบี้ยประกันที่แพงขึ้นกว่าปัจจุบันอีก 13 เท่าตัว และมีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทประกันต่างประเทศจะลดวงเงินคุ้มครองลงมาจากเดิมให้การคุ้มครอง 100% อาจจะเหลือ 20-50% เท่านั้น

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้จับมือกับธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง เพื่อรับซ่อมบ้านให้กับลูกค้าของธนาคารภายใต้เงื่อนไขสินเชื่อพิเศษ โดยธนาคารกสิกรไทยให้วงเงินสูงสุดเท่ากับสินเชื่อที่ได้ผ่อนชำระมาแล้ว คิดดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ขณะที่ลูกค้าใหม่สามารถนำบ้านมาค้ำประกันเพื่อกู้ได้เช่นกัน โดยให้กู้สูงสุด 80% ของราคาประเมินคิดดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน

ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ได้ผ่อนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้มีน้ำหนักเพียง 35% จากเดิมที่ต้องกันสำรองสูงถึง 75% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ธนาคารสามารถลดดอกเบี้ยลงได้ถึง 1%

ส่วนธนาคารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้มีสินเชื่อพิเศษเช่นกัน ธนาคารกรุงไทย ให้ผ่อนชำระนานถึง 60 งวด และคิดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 1.75% ธนาคารกรุงเทพ จะคิดดอกเบี้ยปีแรกต่ำมากแค่ 5% ก่อนจะปรับเป็นดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ในปีถัดไป ลูกค้าสามารถผ่อนชำระสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้สูงสุด 5 ปี

เศรษฐกิจปีนี้โตเพียง 1.5%

ผลกระทบจากน้ำท่วมยังไม่จบ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3.54% โดยประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่เดือน ก.ย. สร้างความเสียหาย 23 แสนล้านบาท หรือ 8.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 4 ติดลบ 3.7% แม้ว่าในไตรมาส 3 ขยายตัว 3.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกและ 2 ที่เติบโตในอัตรา 3.2% และ 2.7% ตามลำดับ ส่งผลให้ 9 เดือนปีนี้ขยายตัว 3.1%

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2555 สศช.ประเมินว่าจะขยายตัวที่ 4.5-5.5% ซึ่งเป็นผลจากมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน และเช่น

ถนน สะพาน และการจ่ายเงิน

เยียวยาจากภาครัฐที่กระตุ้น

อุปสงค์ในประเทศ การลงทุนเครื่องจักรของภาคเอกชน

สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยจะเชื่องช้าลงในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2554 และจะซึมต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปีหน้า จากผลกระทบภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกแห่งใดปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทยเลย

30 พ.ย.นี้หนีไม่พ้นลดดอกเบี้ย

ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดย โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เห็นว่า กนง.ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ควรลดฮวบฮาบ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว

แม้ว่าภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจขณะนี้ยังดี จากการมีเงินทุนสำรองสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีหนี้สาธารณะเพียง 40% แต่ก็ควรเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น

นอกจากนี้ ปัญหาอุทกภัยจะส่งผลให้เศรษฐกิจในปีนี้เติบโตเพียง 1.3% จากความเสียหายที่รุนแรงในภาคการผลิต การค้า การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายเติบโตติดลบถึง 4%

แต่เศรษฐกิจในปีหน้าจะกลับมาเติบโตได้ที่ระดับ 45% เพราะน้ำท่วมจะส่งผลเพียงระยะสั้น ขณะที่สินเชื่อของธนาคารในปีหน้าคาดว่าจะ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า