
อ่านแล้วจี๊ด
เหลว
เหลว
โดย...นายแว่นตา
เฮ้อ...ช่วงนี้แสนจะสงสาร น.อ.กันต์พัฒน์ มังคละศิริ ผู้อำนวยการท่าดอนเมือง ที่น้ำยังท่วมเต็มพื้นที่สนามบิน จนทำให้สนามบินจะกลายเป็นสนามบินน้ำแห่งที่ 2 เสียแล้ว
แต่เรื่องที่ต้องกุมขมับอยู่ในขณะนี้ ก็คือเรื่องการกู้เหมือนกัน แต่ไม่ใช้กู้เครื่องบิน แต่เป็นการนำรถยนต์ที่ทั้งจมทั้งติดอยู่ในสนามบินดอนเมืองกว่า 7,000 คัน ออกมาให้ได้เสียก่อน
เพราะตอนนี้ ประชาชนไม่สามารถไปนำรถออกมาได้ ก็น้ำยังท่วมทางเข้าออกสูงถึง 60 ซม.ทีเดียว อันนี้ไม่นับรถที่จมน้ำนะจ้ะ ส่วนที่จมก็รอน้ำแห้งแล้วค่อยลากทีเดียว
ล่าสุด ทั่นผู้อำนวยการกะว่าจะนำกระสอบทรายที่มีอยู่มากั้นเป็นแนวถนนกว่า 3 เมตร ยาว 170 เมตร และจะสูบน้ำออก เหมือนกับที่กรมทางหลวงกู้ถนนสาย 340 ยังงัยยังงั้น
แต่อุแม่เจ้า...เมื่อเอากระสอบทรายมากั้นแล้ว เอาเครื่องสูบน้ำมาสูบแล้ว ปรากฏว่าไม่มีอะไรตามแผนสักอย่าง เริ่มตั้งแต่กระสอบทรายก็เก่า กันน้ำไม่ได้ เครื่องสูบน้ำก็เล็กเกินไป การกู้เส้นทางเข้าออก สนามบินเลยไม่เป็นไปตามแผน คือวันที่ 25 พ.ย. น้ำต้องแห้ง
เหอ...เหอ...กู้เอารถออกยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะกู้สนามบินไหวเหรอ เจ้าค่ะ
ปรากฎว่าผิดแผน ขณะที่ช่วงแรกตั้งเป้าว่าจะสูบน้ำแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 พ.ย. นี้ แต่พอปฏิบัติจริงกลับมีปัญหาไม่สามารถสูบน้ำออกได้จำนวนมากๆ แบบที่คิดไว้ เนื่องจากกระสอบทรายที่นำมาใช้ เป็นกระสอบทรายเก่าที่ใช้แล้ว จึงทำให้ไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร
ประกอบกับเครื่องสูบน้ำมีขนาดเล็กเกิน โดยใช้ขนาด 3 นิ้ว 7 เครื่อง ซึ่งจริง ๆ ควรใช้ขนาด 10 นิ้วขึ้นไป ดังนั้น จึงได้ประสานเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาใช้เพิ่มเติมอยู่ และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
เฮ้อ!!! ขนาดรถเล็กยังเอาออกจากดอนเมืองไม่ได้ การกู้สนามบิน ทั้งรันเวย์ แท็กซี่เวย์ อาจต้องใช้งบบานเบอะ งานนี้ทั้งรัฐบาลและบริษัท ท่าอากาศยานไทย(ทอท.) คงต้องทำใจอย่างเดียว เพราะมีแต่เรื่องจ่ายเงินทั้งสิ้น
ส่วนคนที่นำรถไปจอดในสนามบินดอนเมืองคงนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง ทั้งๆที่ คิดว่า รถยนต์ปลอดภัยแน่ แต่กลับไม่มีอะไรแน่นอน รู้แบบนี้ จอดรถทิ้งไว้ให้ลอยน้ำเล่นไปมาที่บ้านดีก่า อิอิ







