
เบรกสอบวินัยฯว่าที่ผู้ว่ารฟม.
บอร์ดอ้างต้องรอบคอบแก้เกี้ยวตั้งกก.สอบสัญญา6สัญญาสีม่วง
บอร์ดอ้างต้องรอบคอบแก้เกี้ยวตั้งกก.สอบสัญญา6สัญญาสีม่วง
บอร์ด รฟม.ตั้งอนุกรรมการด้านกฎหมายสอบข้อเท็จจริง รถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 6
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า ในฐานะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมกรรมการ รฟม. (บอร์ด) เปิดเผยถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ และนายชาญศักดิ์ ศิริสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประกวดราคา ว่าจะต้องชะลอการสอบสวนวินัยร้ายแรงไว้ก่อน เพราะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผ่านมา เป็นเพียงการพิจารณาจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ ตามหลักแล้วการจะพิจารณาวินัยร้ายแรงกับบุคคลใด ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะการสอบวินัยร้ายแรงเหมือนเป็นการลงโทษประหารชีวิตกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ซึ่งมีนายอรรถพล ใหญ่สว่าง กรรมการเป็นประธาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงผลการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อบางใหญ่ สัญญาที่ 6 งานระบบราง มูลค่า 3,663 ล้านบาท
สำหรับคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายฯ จะพิจารณารอบด้านทุกประเด็น โดยเฉพาะความเห็นแตกต่างของคะแนนด้านเทคนิคเกี่ยวกับบุคลากรของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจกา) ที่เห็นว่าบริษัท อิตาเลียน ดีเวล๊อปเมนต์ ผ่านรายเดียว ขณะที่คณะกรรมการประกวดราคา ซึ่งมีนายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการ รฟม. เป็นประธาน เห็นว่า บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น และบริษัท อิตาเลียนฯ ผ่านทั้งคู่ รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการสอบสวนทางวินัยกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
“เท่าที่ได้รับรายงาน คือ ไจก้าใช้หลักเกณฑ์การให้คะแนนด้านบุคลากรแบบคะแนนเต็มกับศูนย์คะแนน ขณะที่คณะกรรมการประกวดราคาให้คะแนนตามสัดส่วน ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายฯ จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกันเป็นแบบใด ส่วนตัวไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่าการพิจารณาของคณะกรรมการประกวดราคาผิดหรือถูก” นายถวัลย์รัฐ กล่าวส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายชัยสิทธิ์ และนายชาญศักดิ์ ศิริสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประกวดราคานั้น จะต้องชะลอการสอบสวนวินัยร้ายแรงไว้ก่อน เพราะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผ่านมา เป็นเพียงการพิจารณาจากเอกสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งตามหลักแล้วการจะพิจารณาวินัยร้ายแรงกับบุคคลใด ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะการสอบวินัยร้ายแรงเหมือนเป็นการลงโทษประหารชีวิตกัน สำหรับขั้นตอนการประกวดราคาต่อไปนั้น ที่ประชุมให้ดำเนินการต่อไป ส่วนจะสามารถเปิดซองราคาได้หรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารรฟม.จะพิจารณาและดำเนินการ และยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่กระทบต่อขั้นตอนการแต่งตั้งนายชัยสิทธิ์ เป็นผู้ว่าการ รฟม. เพราะเป็นคนละเรื่องกัน โดยล่าสุดรฟม. ได้เสนอชื่อมายังกระทรวงคมนาคมแล้วนายถวัลย์รัฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้ รฟม.กู้เงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้เพื่อจ่ายค่างานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยเงินนี้จะใช้สำรองจ่ายค่างานโยธาถึงเดือน ธ.ค. 2555 และเงินกู้เพื่อจ่ายล่วงหน้าสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ จำนวน 3,069 ล้านบาท ซึ่งจะใช้สำรองจ่ายค่างานโยธาถึงกลางปี 2555
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้พิจารณาเฉพาะเรื่องที่จำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของรฟม. จึงไม่พิจารณาอนุมัติเงินกู้งวดที่ 2 ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว วงเงินประมาณ 1,888 ล้านบาท โดยจะให้คณะกรรมการชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาต่อไปด้านนายรณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ น่าจะลงนามสัญญาจ้างได้ประมาณต้นเดือน ธ.ค.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจร่างสัญญาของสำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่ อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้ปรับแบบบริเวณสถานีอนุสาวรีย์หลักสี่ ส่วนปัญหาน้ำท่วมนั้น รฟม.อยู่ระหว่างประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพบว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 3 งานศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ ได้รับผลกระทบไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกนานจึงจะกลับมาก่อสร้างได้ ส่วนสัญญาที่ 1 งานโครงสร้างยกระดับส่วนตะวันออก สถานีเตาปูนสถานีสะพานพระนั่งเกล้า พบปัญหาเรื่องการขนส่ง โดยภาพรวมงานก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 35-36%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการครั้งนี้มีกรรมการลา 6 คน มาประชุม 7 คน กรรมการที่ลา ได้แก่ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ใหญ่สว่าง นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ นายอุดม พัวสกุล นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ และนายปรเมธี วิมลศิริ







