
บีโอไอตีกลับแผนฟื้นฟูน้ำท่วม
บอร์ดบีโอไอไม่อนุมัติมาตรการฟื้นฟูน้ำท่วม ขอศึกษารายได้ที่รัฐต้องเสียจากการลดภาษีให้เอกชนก่อน พร้อมเคาะ 16 โครงการ มูลค่า 3.25 หมื่นล้านบาท
บอร์ดบีโอไอไม่อนุมัติมาตรการฟื้นฟูน้ำท่วม ขอศึกษารายได้ที่รัฐต้องเสียจากการลดภาษีให้เอกชนก่อน พร้อมเคาะ 16 โครงการ มูลค่า 3.25 หมื่นล้านบาท
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมไม่อนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม โดยได้ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากร ไปศึกษารายละเอียดถึงจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และมูลค่ารายได้ทางภาษีที่รัฐบาลจะสูญเสีย หากมีการให้สิทธิประโยชน์ต่อนักลงทุน
สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีทั้งสิ้น 937 ราย มูลค่าการลงทุนรวม 7 แสนล้านบาท โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ใน 7 นิคมอุตสาหกรรมที่ได่รับผลกระทบมีการเสียภาษีอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ประชุมจะนำข้อมูลมาพิจารณาอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกันประชุมได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนกิจการต่างๆ จำนวน 16 โครงการ มูลค่าการลงทุน 3.25 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านพลังงานจำนวน 7 โครงการ รองลงมาเป็นการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 3 โครงการ
ทั้งนี้ โครงการต่างๆ อาทิ บริษัทจาโตโค (ประเทศไทย) ได้รับส่งเสริมการลงทุนผลิตชุดเกียร์อัตฺโนมัติแบบปรับเปลี่ยนอัตราทดต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการผลิตในไทย กำลังการผลิตปีละ 5.15 แสนชุด มูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี บริษัทไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์นี่ ได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 9 เมกกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,392 ล้านบาท ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
บริษัทบางจากโซล่าเอ็นเนอร์นี่ ได้รับส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 4 โครงการ เงินลงทุน 3,600 ล้านบาท เงินลงทุนแห่งละ 900 ล้านบาท เป็นต้น
น.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า นักลงทุนยังคงมั่นใจที่จะเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อ ไม่ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ ส่วนกรณีของบริษัทแม็กแม็กซอน ซิสเต็ม (ประเทศไทย) และ บริษัท มินิแบ มีแผนที่จะไปลงทุนยังต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยนักลงทุนต้องการไปลงทุนเพื่อใช้แรงงานไม่มีทักษะในประเทศอื่น รวมทั้งขณะนี้ยังไม่มีบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเข้ามาขอยกเลิกสิทธิประโยชน์ เพื่อย้ายไปลงทุนยังต่างประเทศ
อย่างไก็ตาม แม้ว่าในปีนี้จะมีปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน แต่ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้ว 4.7 แสนล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4 แสนล้านบาทแล้ว โดยในปีนี้เชื่อว่ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนน่าจะขึ้นไปถึง 5 แสนล้านบาทได้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะมีการย้านการลงทุนไปต่างประเทศ เพราะเหตุการน้ำท่วม แต่ที่นักลงทุนบางรายไปลงทุนในต่างประเทศก็เป็นแผนการลงทุนอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนปัญหาค่าแรงในเมืองไทยที่กำลังจะปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวันนั้น ก็เป็นอัตราที่เหมาะสม เพราะแรงงานไทยมีความชำนาญ
สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีการขยายระยะเวลาให้แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม และเป็นเรื่องที่ทำเป็นการทั่วไป โดยมั่นใจว่านักลงทุนยังคงต้องการที่จะลงทุนในประเทศไทยอยู่แน่นอน







