
นมข้นจืดขาดตลาด
ราคาขยับพรวดต่อลัง300บาทน้ำอัดลมเจอยี่ปั๊วซาปั๊วกักตุน
ราคาขยับพรวดต่อลัง300บาทน้ำอัดลมเจอยี่ปั๊วซาปั๊วกักตุน
นมข้นหวานกระป๋อง นมข้นจืดขาดตลาดหนัก ผู้ผลิตโดนน้ำท่วมยังไม่ฟื้น ส่งผลผู้ค้าฉวยโอกาสโขกราคา
กระทรวงพาณิชย์รายงานผลสำรวจสินค้าในตลาด พบว่า ประชาชน ร้านค้าเครื่องดื่ม และร้านเบเกอรี เดือดร้อนจากปัญหานมข้นหวาน นมข้นจืดขาดแคลน ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะยี่ห้อคาร์เนชั่น ทรีพอด และมะลิที่ได้รับความนิยมสูง
ผู้บริโภคและร้านค้าต้องไปหาซื้อตามร้านโชห่วย ร้านค้าส่งยี่ปั๊ว ซาปั๊วแทน แต่ราคาแพงขึ้นลังละ 200-300 บาท จากราคาปกติลังละ 800-900 บาท (48 กระป๋อง) เป็น 1,100-1,200 บาท
ขณะที่นมข้นจืดปกติขายราคาลังละ 830-970 บาท เพิ่มเป็น 1,150-1,250 บาท ส่วนราคาขายปลีกนมข้นหวานเพิ่มจากกระป๋องละ 2023 บาท เป็น 2530 บาท หรือเพิ่มขึ้น 57 บาท นมข้นจืดเพิ่มจาก 2024 บาท เป็น 2630 บาท หรือเพิ่มขึ้น 6 บาท
เมื่อสอบถามร้านค้าถึงสาเหตุที่นมข้นหวานและนมข้นจืดขาดตลาด พบว่า โรงงานผลิตหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของผู้ประกอบการรายใหญ่ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถผลิตและขนส่งมาขายได้ ส่งผลให้ร้านค้าส่งหลายแห่งต้องจ้างรถกระบะไปหาซื้อในจังหวัดอื่นแทน ทำให้มีต้นทุนการขนส่งเพิ่มและต้องขายราคาแพงขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังพบน้ำอัดลม น้ำหวาน ก็ขาดตลาด และราคาขยับขึ้นต่อขวดและกระป๋อง 510 บาท เป็นผลจากการกักตุนสินค้าของยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เนื่องจากผู้ผลิตจัดส่งสินค้าทางเรือและรถยนต์ได้ลำบาก จึงเลือกที่จะส่งไปยังยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านค้าส่งรายใหญ่เท่านั้น ไม่เลือกส่งไปตามร้านค้ารายย่อยและโชห่วย
ดังนั้น ร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยจึงประสบปัญหาเดือดร้อน ต้องออกไปหาซื้อน้ำอัดลมจากร้านค้าส่งแทน แต่ก็ต้องซื้อราคาเท่ากับราคาปลีก จึงต้องปรับราคาขายปลายทางกับผู้บริโภคเพิ่ม เพื่อผลักภาระให้ผู้บริโภคแทน
++สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหานมข้นหวานและจืดขาดตลาด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางโรงงานขนาดใหญ่ของบริษัท เอฟ แอนด์ เอ็น แดรีส์ ที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส 2 เป็นฐานการผลิตเครื่องดื่มกลุ่มนมและน้ำบรรจุกระป๋องที่ใหญ่สุด มีผลิตภัณฑ์นมสเตอริไลส์ตราหมี นมตราหมีโกลด์ นมข้นจืดและครีมเทียมข้นหวานพร่องไขมันตราคาร์เนชั่น โดยมีกำลังการผลิต 1,200 ล้านกระป๋องต่อปี ขณะที่ยี่ห้อเบิดวิงซ์ ออร์คิด และมะลิ ของบริษัทอุตสาหกรรมนมไทย จำกัด มีที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมบางประอิน ซึ่งทั้ง 2 แห่งถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และต้องหยุดการผลิตไปตั้งแต่เดือนต.ค. ดังนั้นจึงเหลือเพียงแค่นมข้นหวานและจืด ยี่ห้อพาเลซ ของบริษัทเดลี่ ฟู้ด ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน และยี่ห้อนกเหยี่ยว ฟอลคอน อลาสก้า และเรือใบ ของบริษัทโฟร์โมสต์ อยู่ย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ที่ผลิตและวางจำหน่ายได้ เพราะไม่ถูกน้ำท่วม







