
อุดช่องว่างผังเมือง ป้องกันน้ำระยะยาว
น้ำท่วมใหญ่รอบนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นข้อเท็จจริงในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการทำให้เห็นว่า การวางผังเมือง และการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการผังเมืองนั้นมีความสำคัญเพียงใด
น้ำท่วมใหญ่รอบนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นข้อเท็จจริงในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการทำให้เห็นว่า การวางผังเมือง และการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการผังเมืองนั้นมีความสำคัญเพียงใด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ พื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออก หรือพื้นที่ฟลัดเวย์ (Flood Way) ที่ตามผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวลายขาว กำหนดให้เป็นที่ดินอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม เพื่อการสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติของพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมในบริเวณที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมากลับกลายเป็นว่า พื้นที่ที่เตรียมไว้กลับใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เพราะมีการใช้ช่องว่างกฎหมายพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรกีดขวางทางน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นยังแสดงให้เห็นว่า ขาดการวางแผนร่วมระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และจังหวัดปริมณฑล เมื่อพบว่าสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นปัญหาสำคัญในการระบายน้ำในฝั่งตะวันออก
นพนันท์ ตาปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้จัดการโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวม กทม. ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดที่ทำให้การระบายน้ำไปทางพื้นที่ฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกทำไม่ได้เต็มที่ เพราะมีสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ขวางอยู่
หากปล่อยน้ำไปถึงสนามบินที่มีคันกั้นน้ำสูงถึง 3.5 เมตร ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ต้องผันน้ำจากด้านบนไปลงแม่น้ำบางปะกงแทน และส่วนหนึ่งถูกผันให้มาลงทางด้านตะวันตกของ กทม. ทำให้พื้นที่ฝั่งธนบุรีที่มีความพร้อมในการระบายน้ำน้อยกว่า ถูกน้ำท่วมหนักกว่าที่ควรจะเป็น
เช่นเดียวกับฝั่งตะวันตกของ กทม.ที่การระบายน้ำลงสู่ทะเลมีปัญหาคูคลองที่ตื้นเขิน และยังมีแนวคลองมหาสวัสดิ์เป็นคันขวางน้ำ ให้การระบายน้ำลงมาด้านล่างได้ช้า เพราะมีแนวคลองที่สามารถส่งน้ำลงทะเลในแนวเหนือใต้ค่อนข้างน้อย ทำให้การระบายน้ำในฝั่งนี้ไม่คล่องตัวนัก
เมื่อผังเมืองยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในปีที่มีปริมาณน้ำมากเช่นที่เกิดขึ้นในปีนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องมาทบทวนกันใหม่ ซึ่งในร่างผังเมือง กทม. ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงในฉบับที่ 3 จึงมีแนวคิดที่จะเพิ่มเติมแนวคลองเหนือใต้ เพื่อระบายน้ำลงทะเลทั้งทางฝั่งตะวันออกของ กทม. 34 แนว และฝั่งตะวันตกของ กทม.อีก 2 แนว ขณะเดียวกัน ยังต้องเร่งวางผังในระดับมหานครที่รวมจังหวัดปริมณฑลเข้ามาวางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการวางผังและจัดทำผังนโยบาย เพื่อบรรเทาอุทกภัยใน 25 ลุ่มน้ำ ซึ่งจะมุ่งเน้นการวางแผนระยะยาวในการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตั้งถิ่นฐาน กิจการร้านค้า และการควบคุมการก่อสร้างในพื้นทีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ซึ่งจะเป็นภาพใหญ่ที่จะต้องเร่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ที่สำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายตามผังเมืองที่ภาครัฐจะต้องเอาจริงเอาจังกับท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้ใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ มิเช่นนั้น แม้จะมีกฎหมายที่ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เหมือนที่เกิดขึ้นให้เห็นเช่นทุกวันนี้ m







