
4หุ้นบ้านสังเวยน้ำ
‘ทริส’หั่นมุมมองคงที่เป็นลบ กำลังซื้อหดลากยาวถึงปีหน้า
‘ทริส’หั่นมุมมองคงที่เป็นลบ กำลังซื้อหดลากยาวถึงปีหน้า
ทริสหั่นมุมมอง 4 หุ้นอสังหาริมทรัพย์เป็นเชิงลบ หลังถูกน้ำท่วมหนัก คาดหลังจากนี้ความต้องการซื้อหด
ทริสเรทติ้ง ประกาศปรับลดมุมมองของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 4 ราย ได้แก่ บริษัท ปริญสิริ (PRIN) บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท (PS) และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ปรับเป็น “Negative” หรือ “ลบ” จากเดิม “Stable” หรือ“คงที่”
อย่างไรก็ตาม การปรับลดมุมมองเป็นลบ เพราะคาดว่าความต้องการที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง ประกอบกับความไม่แน่นอนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังวิกฤตอุทกภัยเพิ่มความเสี่ยงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีภาระหนี้สูง และมีสัดส่วนโครงการแนวราบจำนวนมาก
“ในไตรมาส 4 นี้ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยคาดว่าจะลดลงอย่างมาก และจะยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกของปี 2555 โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูงอาจชะลอตัวต่อเนื่องจนถึงครึ่งหลังของปี 2555 และจะทำให้จำนวนหน่วยเหลือขายเพิ่มสูงขึ้นอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ผลประกอบการของตลาดคอนโดมิเนียมน่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างเร็วในปี 2555”
แนวโน้มอันดับเครดิตจะถูกปรับกลับมาเป็น “Stable” หรือ “คงที่” ได้หากผู้ประกอบการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และมีรายได้ที่เติบโตโดยที่ยังคงรักษาภาระหนี้ไม่ให้ปรับเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผู้ประกอบการต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดในการสร้างสถานะทางการเงินให้กลับไปแข็งแกร่งดังเดิม
ทริสเรทติ้งคาดว่าผู้ซื้อบ้านจำนวนหนึ่งจะชะลอการซื้อหรือโอนที่อยู่อาศัยออกไป และจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายยังคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากจำนวนบ้านที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดบ้านมือสอง
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งประเมินผลกระทบภายหลังวิกฤตอุทกภัยที่มีต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 13 ราย ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยพิจารณาจากสัดส่วนประเภทของสินค้า ทำเลที่ตั้งโครงการ และความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมากจะเป็นผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้สูง และมีสัดส่วนโครงการแนวราบจำนวนมาก ผู้ประกอบการหลายรายต้องเผชิญกับความท้าทายจากหน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายที่เกินกว่าความต้องการซื้อ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของพฤติ กรรมผู้บริโภคที่ไม่แน่นอน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยผู้ประกอบการจะต้องปรับทิศทางธุรกิจประกอบกับฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมา
ทริสเรทติ้งมองความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการ 9 ราย ที่เหลือว่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นเพียงในระยะสั้น โดยที่ความเสี่ยงดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องอันดับเครดิตที่ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับอยู่ในปัจจุบัน
ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวานนี้ค่อนข้างซบเซา มูลค่าซื้อขายบางสุดรอบเดือน หลังนักลงทุนชะลอเทรดเพื่อรอดูทิศทางตลาด โดยดัชนีปิดที่ 980.50 จุด เพิ่มขึ้น 3.63 จุด มูลค่าซื้อขาย 16,105 ล้านบาท ต่างชาติขาย 427 ล้านบาท สถาบันขาย 70 ล้านบาท บัญชีโบรกเกอร์ซื้อ 389 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 108 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากปัญหาหนี้ยุโรปอเมริกา การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม ขณะที่ต่างชาติกลับมาขายสุทธิตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ตัดสินใจชะลอการลงทุน ระยะสั้นให้แนวรับ 965-950 จุด แนวต้าน 985-990 จุด







