
หวั่นนิคมฯสหรัตนถูกลอยแพ
นักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมฯสหรัตนนครหวั่นนิคมฯถูกลอยแพ ไม่มีใครดูแล ด้านนิคมฯคาดสูบน้ำเสร็จ 15 ธ.ค.
นักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมฯสหรัตนนครหวั่นนิคมฯถูกลอยแพ ไม่มีใครดูแล ด้านนิคมฯคาดสูบน้ำเสร็จ 15 ธ.ค.
ตัวแทนจากนักลงทุนญี่ปุ่นที่ตั้งโรงงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นอย่างมาก รู้สึกเหมือนนิคมฯสหรัตนนครถูกปล่อยลอยแพ เพราะไม่มีใครสนใจ ซึ่งนิคมฯนี้ถูกน้ำท่วมเป็นแห่งแรก แต่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง และช้าที่สุด ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนเกี่ยวการฟื้นฟูนิคมฯ ว่ามีทิศทางอย่างไรต่อไป
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำยังอยู่ในระดับสูง พนักงานส่วนใหญ่ก็กลัวจะถูกเลิกจ้าง จึงต้องการรีบกลับมาประกอบกิจการอย่างเร็วที่สุด
"เห็นญี่ปุ่นส่งความช่วยเหลือเข้ามาที่ประเทศไทย ก็ไปลงที่โรจนะ นิคมฯบางปะอินน้ำก็แห้งแล้ว และนิคมฯอื่นๆ ก็เริ่มทยอยแห้ง แต่นิคมฯสหรัตนนครไม่มีใครเข้ามาดูและเลย" ตัวแทนนักลงทุน กล่าว
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้นิคมฯอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ตอนนี้ระดับน้ำในพื้นที่นิคมฯอยู่ที่ 1.38 เมตร โดยได้ดำเนินการเจาะถนนสายคลองสะแก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของนิคมฯ เพื่อระบายน้ำลงคลองมะเดื่อ ให้ไหลลงแม่น้ำป่าสัก ขณะเดียวกันได้ซ่อมแซมปิดถนนสายบ้านขล้อ-ตาลเอน กั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาในบริเวณนิคมฯเพิ่มเติม
ทั้งนี้คาดว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้น้ำลดลงจนเห็นคันดินได้ภายในเวลา 13 วัน โดยปัจจุบันน้ำลดลงเฉลี่ย 5-8 เซนติเมตรต่อวัน ซึ่งจะเริ่มซ่อมแซมคันดินที่เสียหาย และเริ่มสูบน้ำออกจากนิคมฯได้ภายในวันที่ 7 ธ.ค. โดยระยะเวลาในการสูบน้ำคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากปริมาณนำที่มีอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และนิคมฯจะแห้งในวันที่ 15 ธ.ค. โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าซ่อมแซมทำความสะอาดโรงงานได้ ซึ่งงบประมาณในการเจาะถนนและสูบน้ำออกอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท
ขณะที่การจ่ายระบบน้ำ และไฟฟ้าจะให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เอาหม้อแปลงเข้ามาติดตั้ง และซ่อมแซมตู้ควบคุมไฟเรียบร้อย โดยโรงงานใดที่มีความพร้อมก็สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทันที
ขณะนี้ก็มีโรงงานจำนวนมากเริ่มเข้ามาเก็บกู้เครื่องจักร และทำความสะอาดโรงงานบ้างแล้ว เพราะพื้นที่ของแต่ละโรงงานมีความสูงไม่เท่ากัน
"หากเทียบกับนิคมฯอื่นๆ เราเริ่มต้นช้า เพราะข้อจำกัดของพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ แต่ตามแผนการดำเนินงานแล้ว น่าจะเสร็จได้พร้อมๆ กับนิคมฯอื่นในช่วงปลายปีเหมือนกัน" นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวถึงความกังวลของนักลงทุนในนิคมฯ ว่า นักลงทุนไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะถูกทิ้ง แผนการฟื้นฟูนิคมฯในระยะยาวรัฐบาลจะเข้ามาดูแล ถ้าผู้พัฒนานิคมฯทำไม่ได้ และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาประกอบกิจการให้เร็วที่สุด
สำหรับการลงพื้นที่พื้นที่สำรวจนิคมฯสหรัตนนคร พบว่าระดับน้ำในนิคมฯยังอยู่สูงเกินกว่า 1 เมตร แต่พนักงงานหลายโรงงานได้เริ่มเข้ามาเก็บกู้เครื่องจักรแล้ว เช่น บริษัทไทยมาริจูน ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ส่งให้บริษัทฮอนด้า ที่โรจนะ โดยเป็นผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ ซึ่งเครื่องจักรเฉพาะหุ่นยนต์ประกอบเสียหายทั้งหมด 30 ตัว ตัวละ 5 ล้านบาท ส่วนเครื่องจักรอื่นก็จมน้ำหมด โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิต 1,600 คันต่อวัน ส่งให้ฮอนด้า 80% โดยคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟู 4 เดือน ถึงจะกลับมาผลิตได้ตามปกติ
ทั้งนี้นิคมฯ มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 43 โรง แรงงาน 1.46 หมื่นคน มูลค่าการลงทุน 9,472 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และมีนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นสัดส่วน 78%







