
AHเดินเครื่องผลิตแล้ว50%
ส่งชิ้นส่วนให้ลูกค้า28พ.ย.นี้TOGรับไตรมาส4ขาดทุนยับ
ส่งชิ้นส่วนให้ลูกค้า28พ.ย.นี้TOGรับไตรมาส4ขาดทุนยับ
“อาปิโก” เดินเครื่องโรงงานนิคมไฮเทคแล้ว 50% ส่วน TOG ยอมรับไตรมาส 4 ขาดทุน
นายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) เปิดเผยว่า โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคกลับมาผลิตได้แล้วกว่า 50% ของกำลังผลิตทั้งหมดและในวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะเริ่มส่งสินค้าให้กับค่ายรถยนต์หลายแห่งใน จ.ระยอง และ ชลบุรี เช่น โตโยต้า อีซูซุ และฟอร์ด ซึ่งกลับมาผลิตรถยนต์แล้วเช่นกัน
“ตอนนี้เรากอบกู้โรงงานได้แล้วบางส่วน แต่มีเครื่องจักรเสียหายต้องใช้เวลาซ่อมแซมระยะหนึ่ง ทำให้กำลังผลิตยังไม่เต็มที่ แต่คาดว่าปีหน้าจะกลับมาเดินหน้าได้ 100% ให้ทันกับคำสั่งซื้อที่เข้ามามหาศาลจนผลิตไม่ทัน” นายเย็บ ซู ชวน กล่าว
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2555 มีโอกาสฟื้นตัวได้ดีและเชื่อว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก หลังจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง ส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 11,894.36 ล้านบาท แต่ขอดูงบไตรมาส 4 ปีนี้อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้บริษัทกลับมาผลิตได้บ้างแล้ว
นายวิรัช ประจักษ์ธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป (TOG) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 4 ปีนี้อาจขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาส 3 เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องปิดโรงงาน 2 แห่ง ที่อยู่ใน จ.นนทบุรี เป็นเวลา 1 เดือน ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าได้ และมีลูกค้ายกเลิกงานไปกว่า 10 ราย อีกทั้งขาดแคลนวัตถุดิบไปช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการทั้งปียังมีกำไร แต่เติบโตจากปีก่อนไม่มาก
ทั้งนี้ คาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้รายได้บริษัทหายไป 150 ล้านบาท จากที่คาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้ จะมีรายได้ 350 ล้านบาท และเชื่อว่ารายได้ทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1,300 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายจากน้ำท่วมเบื้องต้นอยู่ที่ 92 ล้านบาท ไม่รวมมูลค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ แต่บริษัทได้ทำประกันครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดไว้แล้ว โดยมีทุนประกัน 1,084 ล้านบาท
นายวิรัช กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาสแรกปีหน้าบริษัทจะกลับมาผลิตได้มากกว่าไตรมาส 4 เพราะตอนนี้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว อีกทั้งบริษัทได้ติดต่อซัพพลายเออร์ช่วยหาวัตถุดิบในการผลิตได้เร็วภายใน 1 เดือน จากปกติต้องสั่งวัตถุดิบล่วงหน้า 36 เดือน โดยตั้งเป้าว่าปีหน้ารายได้จะกลับมาอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปี 2553
อย่างไรก็ดี เหตุน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้บริษัทต้องปรับแผนบริหารความเสี่ยงระยะยาว โดยยอมรับว่ามีการมองหาพื้นที่สร้างโรงงานใหม่ในเขตน้ำท่วมไม่ถึง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวต้องขนส่งสะดวกด้วย แต่ทั้งหมดนี้ต้องพิจารณาให้ดีเพราะใช้เงินลงทุนสูง







