posttoday
ททท.ชง3แผนฟื้นฟูดันเที่ยวไทยหวนคึก

ททท.ชง3แผนฟื้นฟูดันเที่ยวไทยหวนคึก

23 พฤศจิกายน 2554

ททท.ปลุกชีพท่องเที่ยวไทย รุก 3 แผนใหญ่มั่นใจต่างชาติฟื้นรับคริสต์มาส ปลุกคนไทยเที่ยวรับลมหนาว

ททท.ปลุกชีพท่องเที่ยวไทย รุก 3 แผนใหญ่มั่นใจต่างชาติฟื้นรับคริสต์มาส ปลุกคนไทยเที่ยวรับลมหนาว

แหล่งข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ททท. ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. จะเสนอแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังน้ำลด เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตตามเป้าหมาย โดยประเมินว่าตลาดต่างประเทศจะกลับมาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปลายเดือน ธ.ค. ขณะที่ตลาดในประเทศจะคึกคักในฤดูหนาวนี้

แผนดังกล่าวประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ 1.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเห็นถึงความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวไทยผ่านการประชาสัมพันธ์ครบวงจร 2.สร้างกระแสการเดินทางผ่านการจัดกิจกรรมที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะการร่วมกับพันธมิตรจัดแพ็กเกจราคาพิเศษ

3.การตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มเอเชียและอาเซียนผ่านแคมเปญต่างๆ

นอกจากนี้ททท.ได้จัดทำกลยุทธ์การตลาดในเชิงรุก ผ่านการแบ่งตลาดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว เพื่อให้การทำตลาดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 2 กลุ่มได้แก่ 1. กลุ่มที่มีความวิตกกังวลสูง แต่มีแนวโน้มเดินทางกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เช่น ประเทศแถบเอเชีย รัสเซีย เป็นต้รน และ 2.กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเดินทางกลับมาอย่างรวดเร็ว ภายใต้เงื่อนไขการลดระดับการเตือน เช่น สาธารรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามการลดระดับการเตือนนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ ททท.ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าเมืองหลวงของประเทศสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ

ทั้งนี้ นายสุรพลจะสั่งการทันทีภายหลังบอร์ดอนุมัติแผนงานดังกล่าว โดยให้ทุกสำนักงาน ททท.ทั้งในประเทศและต่างประเทศในประเทศทั้ง 35 แห่ง และสำนักงานททท.ต่างประเทศ 26 แห่ง ปรับตารางกิจกรรมให้สอดรับกับช่วงดำเนินแผนการฟื้นฟูฯ ทันทีภายใต้งบประมาณปกติของปี 2554

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ