
ปี’58คนไทยใช้ดิจิตอลทีวี
กสทช.เร่งเครื่องแผนแม่บทดิจิตอลทีวี หวังให้เสร็จทันปี 2558 ตามแผน ทรูชี้ปีหน้าปีทองโทรคมฯ
กสทช.เร่งเครื่องแผนแม่บทดิจิตอลทีวี หวังให้เสร็จทันปี 2558 ตามแผน ทรูชี้ปีหน้าปีทองโทรคมฯ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า นอกจากเรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่วิทยุสถานี 1 ปณ. ที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2555 แล้ว สิ่งที่คณะกรรมการฝั่งกระจายเสียงและโทรทัศน์ต้องเร่งดำเนินการอีก 1 เรื่อง คือการจัดทำแผนแม่บทโทรทัศน์ดิจิตอลเพื่อเปลี่ยนระบบออกอากาศและรับชมจากอะนาล็อก เป็นดิจิตอลได้ทันในปี 2558
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู ที่กำหนดไว้ว่าไทยจะต้องเข้าสู่ระบบดิจิตอลภายในปี 2558 ตามมาตรฐานการออกอากาศทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมาการที่ กสทช. เกิดช้า ส่งผลให้การดำเนินการเรื่องนี้ช้าไปมากและหลายฝ่ายกังวลว่าจะไม่สามาถเสร็จทันเวลา ดังนั้น กสทช. จึงต้องเข้ามาเร่งในเรื่องนี้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ จะต้องหารือกันอย่างละเอียดว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลในครั้งนี้จะเป็นรูปแบบใด เพราะการเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิตอลหมายถึงแต่ละบ้านต้องมีเครื่องรับสัญญาณเป็นดิจิตอลทั้งหมด เบื้องต้นอาจไม่สามารถทำได้พร้อมกันทั่วประเทศ แต่เชื่อว่าขณะนี้แต่ละสถานีมีความพร้อม เห็นได้จากขณะนี้เคเบิลทีวีบางช่องได้ออกอากาศเป็นระบบดิจิตอลแล้ว
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า คาดว่าการประชุมคณะกรรมการ หรือบอร์ด ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะได้ข้อสรุปเรื่องแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ หลังจากที่ผ่านมาได้หารือเกี่ยวกับร่างแผนแม่บทฯที่รักษาการ กสทช. ยกร่างไว้ และคืบหน้าแล้ว 90%ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ต่างจากร่างเดิมที่ยกไว้มากนัก เพื่อนำมาประชาพิจารณ์หลังจากนั้นจะเดินหน้าทำร่างแผนแม่บทอีก 2 แผนคือการประกอบกิจการโทรคมและการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์
รศ.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นอกจากการเปลี่ยนแปลงระบบออกอากาศแล้ว สิ่งที่กสทช.ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบเนื้อหาในการนำเสนอ หรือ คอนเทนต์ ในลักษณะการกำกับร่วม (CoRegulation) ระหว่างหน่วยงานที่กำกับดูแลและองค์กรวิชาชีพ เพื่อให้คอนเทนต์ที่นำเสนอออกมาไม่เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่
ทั้งนี้ เพราะการปฏิรูปสื่อที่แท้จริง คือ การปฏิรูปให้คลื่นความถี่เป็นของสาธารณะ เปิดเสรีให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้เกิดสื่อที่หลากหลาย ไม่ใช่เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการเมือง หรือ เพื่อทุนนิยมเท่านั้น
ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า แม้สภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก 2555 จะค่อนข้างซบเซาจากการฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ในภาคของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังคงเติบโตได้ดีกว่าสภาพเศรษฐกิจ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่รับผลกระทบค่อนข้างน้อย
ทั้งนี้ จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนเรื่องเครือข่ายและบริการต่างๆ เพื่อกระจายการใช้งานให้ได้มากที่สุด เพราะหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยยังมีสัดส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วน้อยมาก
นอกจากเรื่องการกระจายโครงข่ายแล้ว สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้เกิดโดยเร็วคือ การประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซนส์ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของ คณะกรรมการกิจกากระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. เพื่อเพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น







