
‘ฮอนด้า’เล็งนำเข้าฟิต
ขอรัฐเว้นภาษีแก้ขัดผลิตไม่ได้คาดปีหน้าไทยผลิตรถ2ล.คัน
ขอรัฐเว้นภาษีแก้ขัดผลิตไม่ได้คาดปีหน้าไทยผลิตรถ2ล.คัน
ฮอนด้า ขอรัฐเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน เล็งนำเข้าแจ๊ซ ญี่ปุ่น แก้ขัด ก่อนกู้โรงงานนวนคร ด้าน ส.ยานยนต์ชี้ปีหน้าเมืองไทยผลิตรถได้ 2 ล้านคัน
แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัทฮอนด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทฮอนด้ามีแนวคิดที่จะขอนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (ซีบียู) มาจำหน่ายในประเทศ ในช่วงที่โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะยังไม่สามารถเปิดทำการได้ โดยมองว่าอาจจะมีการนำเข้าฮอนด้า ฟิต หรือฮอนด้า แจ๊ซ จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในระยะสั้น ซึ่งต้องการให้รัฐบาลพิจารณายกเว้นภาษีรถยนต์นำเข้าสำหรับรถดังกล่าว เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรอรถนานเกินไป เนื่องจากโรงงานประกอบรถยนต์ฮอนด้า ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้อย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสรุปถึงจำนวนและระยะเวลาของการนำเข้าแต่อย่างใด เนื่องจากฮอนด้าต้องพูดคุยเรื่องนี้กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และอาจจะต้องเสนอผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อให้ผ่อนผันในเรื่องนี้
“อยากให้รัฐบาลมองถึงความจำเป็นที่ทางฮอนด้าอยากจะนำเข้ารถยนต์ทั้งคันเข้ามาทำตลาด ซึ่งคงไม่ได้ขอนำเข้ารถทั้งหมด แต่คงมีการกำหนดโควตาและระยะเวลาที่เหมาะสมในช่วงที่ฟื้นฟูโรงงานเท่านั้น” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ในปีหน้าคาดว่าการผลิตรถยนต์ของไทยจะอยู่ที่ระดับ 2 ล้านคัน แม้ว่าบริษัทฮอนด้าจะยังไม่สามารถกลับมาผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากในเดือน ม.ค. 2555 เชื่อว่าค่ายรถยนต์ในประเทศไทยจะเริ่มกลับมาเดินสายการผลิตในรูปแบบปกติได้อีก ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ รวมทั้งจะยังมีโรงงานรถยนต์ 3 แห่ง ที่จะเปิดใหม่ และเดินสายการผลิตในช่วงต้นปีหน้าเช่นเดียวกัน ได้แก่ โรงงานของบริษัทซูซูกิ มิตซูบิชิ และฟอร์ด ซึ่งจะมาช่วยชดเชยยอดการผลิตที่หายไปของฮอนด้า โดยฮอนด้าคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า
ทั้งนี้ โรงงานที่จะเปิดใหม่เพิ่มอีก 3 แห่ง จะเริ่มเดินเครื่องในช่วงไตรมาสแรก ปี 2555 มีกำลังการผลิตเฉลี่ยโรงงานละ 1 แสนคันต่อปี โดยมิตซูบิชิเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ส่วนฟอร์ดผลิตรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ซึ่งโรงงานทั้งสามแห่งตั้งอยู่ในภาคตะวันออก โดยซูซูกิและฟอร์ดตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช เฟส 2 และมิตซูบิชิ ตั้งอยู่ที่นิคมฯ แหลมฉบัง
“แม้ว่าปีหน้าฮอนด้าจะยังไม่สามารถผลิตได้เต็มที่ แต่เชื่อว่ายอดการผลิตรถยนต์ปีหน้าจะอยู่ที่ 2 ล้านคันได้ และหากฮอนด้าเดินการผลิตเต็มที่การผลิตน่าจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2.3 ล้านคัน” นายวัลลภ กล่าว
**สำหรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ในอนาคต เชื่อว่าการลงทุนจะไปอยู่ในฝั่งตะวันออกมากขึ้น เนื่องจากอยู่ในเขตการลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ขณะที่ในเขตภาคกลางเป็นเขตการลงทุนเก่า และพื้นที่ในภาคกลางเต็มหมดแล้ว ส่วนพื้นที่ในภาคตะวันออกยังเหลืออีกมาก แต่ที่ปัจจุบันมีการลงทุนอยู่ในภาคกลางมาก เพราะเป็นการลงทุนเก่ามานานหลาย 10 ปีแล้ว
**นอกจากนี้ อาจจะมีกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์มีโอกาสเข้าไปลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากในภาคตะวันออกยังคงมีปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่ การไปตั้งโรงงานชิ้นส่วนที่นครราชสีมา และส่งชิ้นส่วนมายังโรงประกอบรถยนต์ที่ฝั่งตะวันออก จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแรงงานได้ และการส่งชิ้นส่วนจากแห่งหนึ่งไปยังโรงงานอีกแห่งหนึ่งระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตร ถือว่าอยู่ในระยะทางที่เหมาะสม โดยในเขตประกอบการอุตสาหกรรมสุรนารี ก็มีโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ไปตั้งอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว
**นอกจากนี้มองว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมยายนต์ของไทยควรจะขยายไปในแนวที่ลึกขึ้น มากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิตรถยนต์ เช่น การลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เกียร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ในส่วนของรถยนต์นั่ง เพราะจะขยายการลงทุนได้อีกมาก และในปัจจุบันไทยมีโรงงานประกอบรถยนต์ขนาดใหญ่แล้วจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ เจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ฟอร์ด โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า อีซูซุ ซูซูกิ มิตซูบิชิ และมาสด้า ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนแล้ว







