
ซื้อประกันบ้าน พ่วงออปชันภัยพิเศษ
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า หลังจากนี้ไปการทำประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ ของไทยคงจะไม่เหมือนเดิมอีก
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า หลังจากนี้ไปการทำประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ ของไทยคงจะไม่เหมือนเดิมอีก
ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุภัยธรรมชาติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติ หรือรีอินชัวเรอร์ ที่บริษัทประกันภัยของไทยส่งงานออกไปให้ ต้องขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงภัยที่จะรับไว้เองให้น้อยลง
นั่นหมายถึงว่า ลูกค้าหรือผู้ทำประกันจะต้องมีส่วนรับความเสี่ยงภัยไว้ด้วยตัวเองเพิ่มมากขึ้น
ที่สำคัญ ในปีหน้าต้องมีการปรับค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินที่ให้ความคุ้มครองถึงภัยธรรมชาติต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่
อย่างไรก็ตาม ใครที่ทำประกันภัยทรัพย์สินที่มีความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานต่างๆ หรือที่อยู่อาศัย บริษัทประกันยืนยันว่า ถึงอย่างไรก็จ่ายเคลมสินไหมให้แน่นอน ไม่ต้องห่วง...
แต่สำหรับที่อยู่อาศัยหรือบ้านแล้ว ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยทำประกันที่ให้ความคุ้มครองถึงภัยธรรมชาติมากนัก จะทำก็แค่ประกันอัคคีภัยเป็นหลัก เพราะนอกจากค่าเบี้ยจ่ายจะแตกต่างกันมากแล้ว เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ก็ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นมากนัก ทำให้เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก
เพราะไม่อยากจ่ายเงินเพิ่ม
การประกันอัคคีภัยแบบธรรมดาสำหรับบ้านนั้น จะให้ความคุ้มครองพื้นฐานที่เป็นความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ หรือช้าง ม้า วัว ควาย ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน รวมถึงภัยจากน้ำที่ไม่ใช่เกิดจากเหตุน้ำท่วม แต่ต้องเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้รั่วไหล ล้น เป็นหลัก ซึ่งผู้ทำประกันสามารถเลือกการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันได้ทั้งแบบปกติที่กำหนดเงินเอาประกันตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน และแบบที่ให้ชดใช้ตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่
ส่วนเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็ต้องขึ้นกับทุนประกันเป็นหลัก แต่หากทำสัญญามากว่า 1 ปี ก็จะได้รับส่วนลดตามส่วน
ตัวอย่างเช่น หากบ้านเราต้องการทำประกันอัคคีภัยที่ทุนประกัน 1 ล้านบาท ทำสัญญา 1 ปี เบี้ยประกันก็จะอยู่ที่ปีละ 900 บาท บริษัทประกันก็จะคิดเบี้ยจากเรา 100% เต็ม
แต่หากเราทำสัญญาระยะยาวเป็น 2 ปี บริษัทประกันก็จะให้ส่วนลดพิเศษคิดเบี้ยประกันให้เราเท่ากับ 175% ของเบี้ยประกันภัย 1 ปี และหากยิ่งทำสัญญาระยะยาวเป็น 3 ปี บริษัทประกันก็จะให้ส่วนลดลงอีก โดยคิดเบี้ยประกันภัย 250% ของเบี้ยประกันภัย 1 ปี
ดังนั้น หากเราทำสัญญาแบบปีต่อปี ถึงเวลา 1 ปี ก็จ่ายเบี้ยครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 3 ปี ก็จะต้องเสียค่าเบี้ยตามปกติ 2,700 บาท แต่ถ้าเป็นสัญญายาวทีเดียวแบบ 3 ปี เราก็จะจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียง 2,250 บาท เท่ากับว่าประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้ถึง 450 บาท
มาถึง “แบบประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับที่อยู่อาศัย” กันบ้าง ซึ่งเป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าแบบประกันอัคคีภัยทั่วไป ที่นอกจากความคุ้มครองด้านอัคคีภัยและได้คุ้มครองภัยอื่นเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะภัยจากน้ำท่วมที่เราต้องการในภาวะปัจจุบัน และยังมีภัยจากลมพายุ แผ่นดินไหว และภัยจากลูกเห็บอีก
แน่นอน เมื่อความคุ้มครองมากกว่า ค่าเบี้ยก็ต้องแพงกว่าด้วย แต่หากบ้านเราได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยที่ระบุไว้ตามกรมธรรม์ เราก็จะได้รับการดูแลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ถ้าเป็นภัยจากน้ำท่วม วงเงินคุ้มครองอยู่ที่ 10% ของทุนประกัน แต่สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท ความสูญเสียหรือเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เคลมได้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาทต่อครั้ง และตลอดระยะเวลาประกันภัยช่วยไปได้มาก
หากถูกน้ำท่วมจนอยู่ไม่ได้ ยังจะได้ค่าเช่าบ้านอีก สูงสุดไม่เกิน 2,500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน ยังมีค่าเสียหายต่อต้นไม้ยืนต้นอีก สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อวัน และไม่เกิน 1 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาประกัน ยังมีค่าขนย้ายซากทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคา ค่าออกแบบ ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง ค่าอุปกรณ์ดับเพลิง
รวมถึงยังให้ความคุ้มครองถึงภัยจากการถูกโจรกรรมที่สูงสุดได้ไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อชิ้น และไม่เกิน 1 แสนบาท ตลอดระยะเวลาเอาประกัน และได้ความคุ้มครองถึงประกันอุบัติเหตุสำหรับบุคคลภายในบ้านอีกด้วย
ส่วนความคุ้มครองหลักที่จะได้รับการชดเชยตามทุนประกันนั้น ก็จะเป็นภัยจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากลมพายุ ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยจากอากาศยาน ภัยจากยวดยานพาหนะ และภัยจากลูกเห็บ
ดังนั้น ในช่วงนี้ใครที่มีประกันอัคคีภัยอยู่ในมือและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โปรดหยิบกรมธรรม์ออกมาดูสักนิดว่า แบบประกันอัคคีภัยที่มีอยู่นั้นให้ความคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน ได้ครอบคลุมถึงภัยจากน้ำท่วมหรือไม่
เพราะที่ผ่านมาเวลาที่เราซื้อประกันอัคคีภัยไว้ ก็อาจเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่ตัดสินใจให้เรากลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยเงินกู้บ้านให้กับเรานั่นเอง
กว่าจะรู้ว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่มีอยู่นั้นตรงกับความต้องการหรือมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดกับเรา ก็คงต้องรอให้เกิดเหตุขึ้นก่อนถึงจะรู้ได้
แบบประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับที่อยู่อาศัย จึงถือว่าตอบโจทย์ได้พอสมควรสำหรับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้นกับบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะบทเรียนจากภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้คงจะหาซื้อประกันแบบนี้ยากมาก เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายอย่างมากมาย การรับงานจากลูกค้าครั้งใหม่ บริษัทประกันจึงอ้างว่าต้องคิดให้รอบคอบกว่าเดิม เพื่อลดความเสี่ยง
และยังต้องรอคำตอบจากรีอินชัวเรอร์ก่อนว่า สุดท้ายแล้ว ในปีหน้าจะมีการปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยต่อเป็นอีกเท่าไหร่ ก่อนมานั่งคำนวณตัวเลขเคาะเบี้ยและออกเงื่อนไขความคุ้มครองกันใหม่ จึงจะกลับมาขายให้ลูกค้าอีกครั้ง
ลูกค้าจึงรับกรรมไปตามระเบียบ







