
มูดี้ส์ค้ำยันธนาคารของไทยแข็งแกร่ง
พื้นฐานความสามารถทำกำไรดีฟิทช์ฯระบุไทย-มาเลย์เสี่ยงสูง
พื้นฐานความสามารถทำกำไรดีฟิทช์ฯระบุไทย-มาเลย์เสี่ยงสูง
มูดี้ส์ ชี้แนวโน้มระบบธนาคารของไทยมีเสถียรภาพ แม้เจอน้ำหลากแต่โครงสร้างกำไรดี
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับชื่อดัง ประกาศคงแนวโน้มระบบธนาคารของไทยไว้ในระดับมีเสถียรภาพ โดยอ้างว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตน้ำท่วมจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ประกอบกับพื้นฐานของธนาคารไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง
“หลังจากที่ได้ชั่งน้ำหนักระหว่างผลกระทบของความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจอันเป็นผลจากน้ำท่วมกับพื้นฐานเชิงบวกของระบบเศรษฐกิจแล้ว เราได้ข้อสรุปว่าแนวโน้มธนาคารไทยยังคงมีเสถียรภาพดี” แคโรลีน ซีต ผู้ช่วยรองประธานและนักวิเคราะห์ของมูดี้ส์ กล่าว
มูดี้ส์ ยังได้คำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว บนสมมติฐานที่ว่าผลกระทบของสภาวะที่ยากลำบากเหล่านี้จะส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ด้อยค่าลง และอาจเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มากขึ้นในช่วงเวลา 6 เดือนข้างหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ มูดี้ส์ ได้ประเมินธนาคารไทยทั้งหมด 10 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง และธนาคารพิเศษอีก 2 แห่ง ซึ่งมีสินทรัพย์คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 87% ของสินทรัพย์ทั้งหมด
มูดี้ส์ ระบุว่า ธนาคารไทยที่ได้รับการประเมินนั้น ล้วนแต่มีเครดิตบัญชีเงินฝากระยะยาวในระดับ Baa1 โดยมูดี้ส์ได้พิจารณาปัจจัยนี้ในการประเมินความแข็งแกร่งของตัวธนาคารเอง และยังได้ปรับเพิ่มเครดิตด้านความสามารถของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือธนาคารเหล่านี้เฉลี่ย 2 ขั้น
นอกจากนี้ ซีต ยังได้กล่าวเสริมว่า แนวโน้มที่ระบุไปนั้นได้มีการพิจารณาความแข็งแกร่งของธนาคาร ซึ่งรวมถึงความแข็งแกร่งในการระดมทุนและความสามารถในการทำกำไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ธนาคารรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้ และเปิดโอกาสให้ธนาคารสามารถทำกำไรได้มากขึ้นในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า
กล่าวโดยสรุปแล้ว มูดี้ส์ ได้พิจารณา 3 ประเด็นในวงกว้าง ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและธนาคารที่แข็งแกร่ง ผลการประเมินที่ระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักต่องบดุลของธนาคาร และการผลักดันนโยบายการใช้จ่ายของรัฐบาล รวมถึงมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินและมาตรการฟื้นฟูจากเหตุน้ำท่วมเพิ่มเติม
นายฟิลิป แมคนิโคลัส นักวิเคราะห์จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า ไทยและมาเลเซียมีความเสี่ยงมากที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย หากว่าเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรง ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยทั้งมาเลเซียและไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบและข้อจำกัดในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะระดับหนี้ต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศของทั้งสองประเทศนี้ค่อนข้างสูง







