posttoday
‘เชาว์สตีล’โชว์จุดแข็งไร้คู่แข่ง

‘เชาว์สตีล’โชว์จุดแข็งไร้คู่แข่ง

22 พฤศจิกายน 2554

เดินหน้าเข้าตลาดกลางธ.ค.เพิ่มทุนขยายกำลังผลิตโต20%

เดินหน้าเข้าตลาดกลางธ.ค.เพิ่มทุนขยายกำลังผลิตโต20%

“เชาว์ สตีล” โชว์จุดแข็งที่เป็นจุดต่างของธุรกิจเหล็ก เดินหน้าเข้าตลาดเอ็ม เอ ไอ กลาง ธ.ค.นี้ ขยายกำลังผลิตเพิ่ม

นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Billet) ที่มีความแตกต่างจากผู้ประกอบการเหล็กที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ โดย เชาว์ สตีล เป็นผู้ผลิตเหล็กต้นน้ำจากการนำเศษเหล็กมาหลอมและปรุงแต่งด้วยน้ำเหล็กเพื่อให้เหล็กมีคุณภาพตามความต้องการของลูกค้า ผลิตออกมาเป็นเหล็กแท่งหรือบิลเล็ตขาย ลูกค้าสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กต่อเนื่องเพื่อใช้ในการก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย

ขณะที่บริษัทเหล็กอื่นบางรายเป็นผู้ผลิตเหล็กและแปรรูป หรือบางรายขายผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น

นายอนาวิล กล่าวว่า เชาว์ สตีล ก่อตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนการนำเข้าบิลเล็ตจากต่างประเทศ เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศไม่เพียงพอ และช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเข้าเหล็กที่ใช้เวลาขนส่ง 2-3 เดือน นำไปสู่ความผันผวนของราคาและคุณภาพสินค้า

“เป้าหมายของเชาว์ สตีล คือเราไม่เก็งกำไรวัตถุดิบ (เศษเหล็ก) ที่ใช้ในการผลิตบิลเล็ต โดยไม่ตุนสต๊อกเศษเหล็กไว้มากกว่าความต้องการของลูกค้าเป็นเวลานาน แต่เราจะแมตชิงออร์เดอร์คือตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และเพียงพอกับเศษเหล็กที่มี โดยรับออร์เดอร์ล่วงหน้า 30 วัน ฉะนั้น จุดต่างสินค้าของเชาว์ สตีล จะทำตามออร์เดอร์เท่านั้น ผิดกับบริษัทอื่นที่ต้องมีสินค้าหลากหลายไว้รอให้ลูกค้าเลือก” ผู้บริหารกล่าว

ปัจจุบัน เชาว์ สตีล มีกำลังการผลิต 4.5 แสนตันต่อปี ซึ่งผลิตในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ (Off Peak Period) หรือ 60% ของกำลังผลิตทั้งหมด 7.5 แสนตันต่อปี ซึ่งมีเป้าหมายผลิตเต็มกำลังตั้งแต่ปี 2555 หรือกำลังผลิตโตได้ 20% หลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ผู้ผลิตเหล็กต้นน้ำ 7 บริษัทในประเทศ ผลิตได้ 1.27 ล้านตัน

นายอนาวิล กล่าวถึงการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ว่า เตรียมเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น ช่วงราคา 2.9-3.10 บาท คาดเสนอขายต้นเดือน ธ.ค.และเข้าซื้อขายตามแผนกลาง ธ.คนี้ และหลังเพิ่มทุนทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มจิรธรรมศิริ ลดเหลือ 63.4% จาก 84.5%

สำหรับเงินทุนจากการขายหุ้นนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพิ่มกำลังผลิตและลดดอกเบี้ย ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดจาก 2.6 เท่าเหลือ 2 เท่า

ด้านรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง งวด 9 เดือน กำไร 169 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 17 ล้านบาท จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ แต่ปัจจุบันราคาเหล็กปรับตัวขึ้นอย่างมีเสถียรภาพปีละ 10% คาดปี 2555 รายได้จะโต 20% จากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือมีรายได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท