
‘อมตะ’ยันญี่ปุ่นไม่หนีปีหน้าขายที่นิคมโต20%
อมตะเนื้อหอมปลอดภัยน้ำท่วม ยันญี่ปุ่นไม่ตีจากไทย คาดว่าปีหน้ายอดขายที่ดินขั้นต่ำ 1,800 ไร่ โต 20% จากปีนี้
อมตะเนื้อหอมปลอดภัยน้ำท่วม ยันญี่ปุ่นไม่ตีจากไทย คาดว่าปีหน้ายอดขายที่ดินขั้นต่ำ 1,800 ไร่ โต 20% จากปีนี้
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) นำเสนอข้อมูลว่า คาดว่าปีหน้าจะมียอดขายที่ดินขั้นต่ำ 1,800 ไร่ เพิ่มขึ้น 20% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขายที่ดินขั้นต่ำ 1,500 ไร่ แต่รายได้อาจจะรับรู้ปีนี้ไม่ทันทั้งหมด
ปัจจุบัน AMATA มีงานในมือเป็นสัญญาที่เซ็นแล้วยังไม่รับรู้รายได้ 3,300 ล้านบาท เป็นอมตะนคร 1,500 ล้านบาท และอมตะซิตี้ 1,800 ล้านบาท เทียบไตรมาส 2 ที่ 3,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน AMATA มีที่ดินพร้อมขายกว่า 1 หมื่นไร่ คาดว่าขายได้หมดภายใน 7 ปี โดยคาดว่าปีหน้าจะตั้งงบประมาณลงทุนซื้อที่ดินไว้พัฒนารอการขายประมาณหลักพันล้านบาท
ล่าสุด ยอดขายที่ดินเกือบสองเดือนแรกไตรมาส 4 เท่ากับ 185 ไร่ จาก 9 เดือนแรกปีนี้ขายได้ 769 ไร่ โดยยอดขายที่ดินไตรมาส 4 ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ญี่ปุ่น
ส่งผลให้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมียอดขายที่ดินในนิคมแล้ว 954 ไร่เป็นที่ดินในนิคมอุตสาห กรรมอมตะนคร 535 ไร่ และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 419 ไร่ โดยไม่นับรวมขายที่ดินผ่านตัวแทนจำหน่าย
“อมตะนครที่ จ.ชลบุรี และอมตะซิตี้ ที่ จ.ระยอง นับว่าปลอดภัยจากน้ำท่วมถ้าฝนไม่ตกหนักมหาศาล เพราะมีที่รับน้ำเป็นทะเลกว้างใหญ่กว่าอ่าวไทย”
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีแผนระยะยาวป้องกันน้ำท่วมร่วมกับหน่วยงานราชการท้องถิ่น โดยใช้งบประมาณจากราชการ 70% และบริษัท 30% ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างประเมินงบประมาณจากทางการ
นายวิบูลย์ กล่าวว่า นักลงทุนได้เพิ่มปัจจัยน้ำท่วมเข้าไปในปัจจัยในการเลือกลงทุนในแต่ละนิคม โดยนิคมอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมจะได้รับความสนใจ ดังนั้น จึงคาดว่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของบริษัทจะขายที่ดินได้ดียิ่งขึ้น
ล่าสุด ได้มีแนวโน้มว่าจะมีการย้ายการประกอบการจากนิคมเขตน้ำท่วมมายังนิคมอุตสาหกรรมอมตะมากจนทำให้ต้องมีการเจรจากับลูกค้าเฉลี่ย 1.5 รายต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
“ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะมีทำเลดีเหมาะแก่การลงทุนโดยตรงและมีโอกาสจะเป็นศูนย์กลางยานยนต์ 1 ใน 5 ของโลก จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับกว่า 10 โดยแม้ว่าตลาดส่งออกไปยุโรปและอเมริกายังย่ำแย่ แต่มีตลาดที่มาแรงในระยะหลังคือตะวันออกกลางและออสเตรเลีย”
นายวิบูลย์ กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารสูงสุดของบริษัทผู้ประกอบการญี่ปุ่นว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตไปจากประเทศไทย เพียงแต่ขอให้บริหารจัดการน้ำท่วมให้ดีกว่านี้ และวิตกการเมืองมากกว่าน้ำท่วมเพราะคนไทยไม่รักกัน







