
ปีนี้เจ๊กอั๊ก ปีหน้าฟื้นฟูกู้เศรษฐกิจ
เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความสูญเสียสุทธิต่อผลิตภัณฑ์
เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความสูญเสียสุทธิต่อผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.42 แสนล้านบาท
ภาคเกษตรกรรมเสียหาย 3.71 หมื่นล้านบาท
ภาคอุตสาหกรรมเสียหาย 1.72 แสนล้านบาท
ภาคบริการและอื่นๆ 3.32 หมื่นล้านบาท
ในอีกด้านหนึ่งการบูรณะฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัยและเพื่อการจัดการระบบน้ำ จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยความต้องการลงทุนดังกล่าวมาจากทั้งโครงการภาครัฐในการซ่อมแซมระบบคมนาคม อาคาร และสาธารณสมบัติ การสร้างแนวคันกั้นน้ำ รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางน้ำออกสู่ทะเล หรือ Floodway และพื้นที่รับน้ำ
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนของภาคเอกชน ภาคธุรกิจน่าจะมีการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหาย การสร้างคันกั้นน้ำถาวรในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้สามารถรองรับเหตุการณ์ภัยพิบัติ นอกจากนี้คาดว่าจะมีการลงทุนเพื่อการซ่อมแซมและเสริมแนวป้องกันน้ำในภาคที่อยู่อาศัย ทั้งในระดับครัวเรือนและโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความต้องการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนอันเป็นผลสืบเนื่องจากอุทกภัยอาจมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4-5.5 แสนล้านบาท ในปีหน้า
อย่างไรก็ดี คาดว่าการลงทุนในโครงการใหม่ โดยเฉพาะในภาคเอกชนอาจชะลอตัว ซึ่งเป็นผลให้โดยภาพรวมแล้ว การลงทุนโดยรวมในปี 2555 อาจขยายตัวในระดับปานกลางอยู่ที่ 5.5% โดยมีกรอบคาดการณ์อยู่ในช่วง 4.5-6.0% สูงขึ้นจากคาดการณ์ในปี 2554 ที่ 4.6%
สำหรับการบริโภคในภาคเอกชน แม้มีปัจจัยลบจากผลกระทบของอุทกภัยต่อภาวะการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม แต่ด้วยนโยบายเศรษฐกิจเชิงกระตุ้นของรัฐบาลในหลายด้าน ทั้งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ มาตรการจำนำข้าว มาตรการบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก รวมไปถึงมาตรการจัดตั้งกองทุนและการขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน น่าจะเป็นแรงกระตุ้นการฟื้นตัวของการบริโภคได้พอสมควร การบริโภคภาคเอกชนในปี 2555 อาจขยายตัวสูงขึ้นมา 2.8% และมีกรอบคาดการณ์อยู่ในช่วง 2.4-3.3% เทียบกับปีนี้อาจขยายตัว 2.5% จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าอาจขยายตัวได้ 4.3%







